สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (10 - 16 มี.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวขึ้น DJIA +1.9%, DAX +2.7%, CAC ฝรั่งเศส +0.8% และ FTSE +0.5% Sentiment เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของ ECB ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 0% และดอกเบี้ยเงินฝากลง -0.1% เป็น -0.4% พร้อมเพิ่มวงเงิน QE จาก 6 หมื่นยูโร เป็น 8 หมื่นยูโรต่อเดือน รวมถึงการประชุมเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย และลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้จาก 4 ครั้งลงเหลือ 2 ครั้ง ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (10 - 16 มี.ค. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 0.3% เมื่อทางการออกมาส่งสัญญาณการเข้าพยุงตลาดหุ้นจะยังคงดำเนินต่อ อีกทั้งระบุถึงตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่เพื่อที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ นอกจากนี้ตลาดคาดการณ์ว่าทางการเข้าซื้อหุ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดระหว่างการประชุมสภาประจำปีของจีน หุ้นหลักนำตลาดปรับตัวขึ้น ขณะที่ Ping An Insurance Group หลังรายงานผลประกอบการออกมาเติบโตเด่น
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (10 - 17 มี.ค. 2559)
SET INDEX แม้จะปรับตัวขึ้นทดสอบแนว 1,400 จุด เพื่อตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการของ ECB อย่างไรก็ตามแรงขายทำกำไรหุ้นในกลุ่ม ICT และพลังงานที่ขยับขึ้นเด่นในช่วงก่อนหน้า ทำให้ SET INDEX ยังไม่สามารถผ่านแนวดังกล่าวไปได้ แต่เมื่อการประชุมเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย และลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยลง ทำให้ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,380 จุดได้ ปิดที่ระดับ 1,380.20 จุด ลดลง 10.46 จุด หรือ -0.75% ณ วันที่ 17 มี.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (18 - 24 มี.ค. 2559)
MBKET ขยับน้ำหนักการลงทุนขึ้นเป็น “กลางถึงบวก” ครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ จากเดิม “กลาง” พร้อมให้น้ำหนักกับการไต่ระดับขึ้นทดสอบด่าน 1,400 จุด อีกครั้งในสัปดาห์หน้า แม้ว่าปัจจัยแวดล้อมจะขาดความโดดเด่นทั้งในแง่บวก หรือ ลบ ก็ตาม แต่ปัจจัยที่สนับสนุนแนวคิดคือ
1. สิ้นสุดการประชุมธนาคารกลางที่สำคัญของโลกไปด้วย การผ่อนคลายนโยบายการเงินชุดใหญ่ของ ECB และการส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีนี้ของเฟด ทำให้สภาพคล่องทางการเงินที่ล้นในระบบการเงินทั่วโลก จะไหลกลับเข้าเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงระลอกใหม่
2. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัวถึงขยับขึ้นทดสอบด่าน US$40/barrel สำหรับ NYMEX จากทิศทางการก่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยประคองกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี
3. การประชุม กนง. วันที่ 23 มี.ค. นี้ เราและตลาดคาดการณ์ว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ย เพื่อรอประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจภายในประเทศอีกระยะหนึ่ง ช่วยให้เงินทุนต่างชาติมีแนวโน้มไหลเข้าไทยต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การครบกำหนดวันชำระเงินงวดแรก และ Bank Guarantee ของ JAS Mobile ในวันที่ 21 มี.ค. คาดว่าจะมีผลต่อทิศทางราคาหุ้นหลักในกลุ่ม ICT และอาจมีผลต่อเนื่องถึงภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในวันจันทร์หน้านี้ได้
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ “นักลงทุนเก็งกำไรหุ้นเพิ่มขึ้น เพื่อรอขายทำกำไรบริเวณ 1,400 จุด +/-“ เพราะบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกน่าจะตอบรับเชิงบวกจากกรณีเฟดไปอีกระยะหนึ่ง
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามการประชุม ครม. วันที่ 22 มี.ค. ซึ่งจะมีการพิจารณาโครงการบ้านประชารัฐ เป็นบวกต่อกลุ่มอสังหาฯ ในเชิงจิตวิทยาการลงทุน
2. ติดตามการทยอยประมาณการผลการดำเนินงาน 1Q59 ของกลุ่มธนาคารที่จะมีมากขึ้นเป็นลำดับจนถึง ต้นเดือนเม.ย.
3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ราคาบ้านใน 70 เมืองหลักของจีน/ดัชนี PMI ภาคการผลิตของญี่ปุ่น/ยอดขายบ้านใหม่ - บ้านมือสอง ของสหรัฐ/ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการของอียู/อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษ









