วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PYLON - ขาย

การเติบโตสะท้อนในราคาแล้ว – ปรับลดคำแนะนำ

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจในระยะยาวและมองว่า PYLON พร้อมจะกลับมาโดดเด่นที่สุดในกลุ่มฯ เมื่อภาพงานรากฐานสดใส แต่ระยะสั้นมองว่า ภาพอุตสาหกรรมยังขาดปัจจัยหนุน เพราะมูลค่างานในอุตสาหกรรมที่เติบโตจำกัด จาก 1) การเปิดตัวคอนโดที่เรามองว่าจะลดลงปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มที่ต่อเนื่องมาตั้งปี 2013 และ2) โครงการภาครัฐฯที่ออกประมูลช้ากว่าคาด ส่งผลให้ปริมาณงานรากฐานในตลาดสำหรับปีนี้น้อยกว่าคาด เราจึงมองกำไรในปีนี้แนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และปรับลดประมาณการกำไรปี 2016 ลง 7% และปรับราคาเป้าหมายเป็น 10 บาท (ยังคงอิง P/E 18 เท่า) แนะนำ เต็มมูลค่า

ภาพอุตสาหกรรมชะลอตัว – ปรับลดประมาณการ ...
เราปรับลดคาดการณ์กำไรปี 2016-17 ลง 7% และ 14% เป็น 211 และ 213 ล้านบาท ตามลำดับ ภายใต้สมมติฐานอัตรากำไรปรับตัวสูงขึ้นเป็น 27% เพราะงานใน backlog มีสัดส่วนงานค่าแรงเพิ่มสูงขึ้น แต่รายได้ลดลงราว 5% ซึ่งเป็นไปตามภาพอุตสาหกรรมเพราะ 1) ปริมาณที่รับเข้ามาในช่วง 2H15 ไม่มากเท่าปีที่แล้ว 2) คาดการเปิดตัวคอนโดในปีนี้ยังทรงตัว/ลดลง เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่งผลให้ปริมาณงานในส่วนคอนโดลดลง 3) โครงการภาครัฐฯที่ออกประมูลช้ากว่าคาด ส่งผลให้ปริมาณงานรากฐานในตลาดสำหรับปีนี้น้อยกว่าคาด

... แต่ ยังไม่รวมงานรถไฟรางคู่

บริษัทมีแนวโน้มได้รับงานรถไฟรางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ที่ CK ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักประมูลงานได้จากการรถไฟแห่งประเทศไทย จากการประชุมกับผู้ประกอบการฯ พบว่างานรถไฟรางคู้เส้นนี้มีส่วนงานที่ PYLON สามารถร่วมได้เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท หากบริษัทได้งานราว 25-30% ตามส่วนแบ่งตลาด กำไรอาจมากกว่าประมาณการของเราได้ราว 20%

คาดปีนี้ภาคอสังหาฯ ขยายตัวจำกัด

คาดการเปิดโครงการใหม่ในภาคอสังหาฯ จะมีการขยายตัวจำกัดในปีนี้ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2013 ที่เห็นจำนวนหน่วยการเปิดตัวโครงการลดลงราว 12%/ปี นอกจากนี้ยังเห็นอัตราการจองซื้อ (take-up rate) ที่ลดลงจาก 50% ในปี 2013 เหลือเพียง 30% ในปี 2015 เรงจึงมองว่าภาคอสังหาฯ ในปีนี้น่าจะอยู่ในโหมดระมัดระวัง และคาดเห็นการเปิดตัวโครงการใหม่ที่จะเป็นปัจจัยผลักดันปริมาณงานรากฐานในตลาดค่อนข้างจำกัด

พร้อมกลับมาโดดเด่นเมื่ออุตสาหกรรมฟื้นตัว

เรามองว่า PYLON จะเป็นบริษัทที่โดดเด่นและพร้อมที่จะกลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้งเมื่อภาวะอุตสาหกรรมกลับมาสดใด เพราะศักยภาพในการทำกำไรที่สูงกว่าอุตสากรรม และส่วนแบ่งตลาดที่สูงราว 25-30% คาดจังหวะในการเข้าซื้อหุ้นจะอยู่ในช่วงปลายปี เพราะการฟื้นตัวของตลาดรับเหมา จากโครงการภาครัฐที่อยู่ระหว่างทยอยออกประมูล ซึ่งเรามองว่าโครงการ สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 จะเป็นโครงการที่ทำให้อุตสาหกรรมงานรากฐานกลับมาสดใสอีกครั้ง