ความกังวลเบาบางลง
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงมุมมองเดิมสำหรับ JAS ว่าบริษัทจะสามารถจ่ายชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซได้ทันในวันที่ 21 มี.ค. และจะกลายเป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายที่สี่ของประเทศไทย ดังนั้นเราจึงประเมินว่าจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อใบอนุญาตของ JASIF และจากคำให้สัมภาษณ์ของหนึ่งในคณะกรรมการกสทช.ล่าสุดที่กล่าวว่าถึงแม้ว่า JAS จะไม่ชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซก็ไม่น่าจะส่งผลต่อใบอนุญาตอื่นๆ ที่เหลือของ JAS เราคิดว่าประเด็นดังกล่าวน่าจะทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลที่มีต่อ JASIF (ถึงแม้ว่าการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านมติชี้ขาดจากบอร์ดกสทช.ก็ตาม) เราประเมินว่าราคา JASIF ที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้าซื้อสะสมอีกครั้งด้วยอัตราผลตอบแทนจากปันผลที่น่าสนใจซึ่งสูงถึง 10.3% เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ
ถ้า JAS ไม่จ่ายค่าใบอนุญาต 4 จีจะไม่ส่งผลกระทบต่อใบอนุญาตอื่นๆ ที่เหลือจริงหรือ?
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หนึ่งในกสทช.กล่าวว่า หากบริษัทแจสโมบายล์บรอดแบนด์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JAS ไม่สามารถทำการจ่ายชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซได้ทันภายในวันที่ 21 มี.ค.ได้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อใบอนุญาตอื่นๆ ที่เหลือของ JAS ซึ่ง JAS ได้รับจากกสทช.สำหรับธุรกิจอื่นๆ ก่อนหน้า เนื่องจากถือว่าเป็นคนละนิติบุคคลกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสำนักงานกสทช.จะมองว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อใบอนุญาตอื่นๆ แต่ความเห็นข้างต้นถือว่าเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ประเด็นดังกล่าวยังคงต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากมติบอร์ดของกสทช.ก่อนที่จะมีข้อสรุปใดๆออกมา ความคิดเห็นดังกล่าวมาจากหนึ่งในกสทช.และเป็นความเห็นที่แย้งกับนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ซึ่งมองว่าการที่ JAS ไม่ชำระค่าใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ซจะส่งผลกระทบต่อใบอนุญาตอื่นๆ ของ JAS ด้วย (ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตของทริปเปิ้ลทีบรอดแบนด์และ JASIF ด้วย)
เปิดทางให้ JAS ไม่จ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ
เราคิดว่าประเด็นดังกล่าวข้างต้นยังคงไม่ได้ข้อสรุปและจำเป็นต้องอาศัยการตีความรวมถึงความเห็นทางด้านกฎหมาย ภายใต้สมมติฐานข้างต้นได้แก่ การทิ้งใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซและไม่ส่งผลกระทบใดๆ เลยต่อใบอนุญาตอื่นๆ ของ JAS เราประเมินว่าจะช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อ JASIF ไม่ว่า JAS จะทำการจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซหรือไม่ก็ตาม ซึ่งนั่นหมายถึง JAS สามารถที่จะทิ้งใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ซได้เลยทันทีเนื่องจากจะรับผิดชอบเพียงแค่การถูกริบเงินค่าหลักประกัน 644 ล้านบาท รวมถึงรับผิดชอบภาระค่าความเสียหายและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการจัดประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซใหม่แค่นั้นเอง แต่ถ้าในกรณีที่แย่ที่สุดได้แก่ การไม่จ่ายค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซส่งผลกระทบต่อใบอนุญาตอื่นๆ ของ JAS ด้วย (ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตของ JASIF) และอายุของใบอนุญาตไม่สามารถต่อไปได้อีกหลังจากปี 2569 เนื่องจากบริษัทถูกขึ้นบัญชีดำสำหรับการขอใบอนุญาต JASIF ในอนาคต เราประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาเป้าหมายของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ให้ลดลงไปอีก 46% (จาก 12.25 บาทเหลือ 6.60 บาท) เนื่องจากการคำนวณเอามูลค่าสุดท้ายออกไปเลยจากการประเมินมูลค่า DCF
การซื้อหุ้นคืนของ JAS หมายถึงการเข้ามาของพันธมิตรรายใหม่หรือไม่?
เราเชื่อว่าการประกาศซื้อหุ้นคืนล่าสุดในสัดส่วน 20% ของหุ้นที่ชำระแล้ว น่าจะมีความเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับการเพิ่มทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อขายหุ้นให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจงรายใหม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการซื้อหุ้นคืนเพื่อที่จะไม่ให้สัดส่วนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ JAS ลดลงทันทีที่พันธมิตรรายใหม่เข้ามา เราใช้สมมติฐานว่า JAS มีแนวโน้มใช้ธนาคารต่างชาติเพื่อทำการออกหนังสือค้ำประกันผ่านความสัมพันธ์ของพันธมิตรรายใหม่เพื่อสนับสนุนการจ่ายชำระเงินงวดแรกในวันที่ 21 มี.ค.ที่จะมาถึง เรายังคงสมมติฐานว่า JAS จะทำการจ่ายชำระเงินงวดแรกได้ทันภายในวันที่ 21 มี.ค.ที่จะมาถึง








