ทยอยขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมามากแล้ว เช่น กลุ่มแบงก์และสื่อสาร
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : รีบาวด์ชั่วคราว เป็นโอกาสให้ขายทำกำไร
ตลาดไทยวันนี้มีเเนวโน้มจะเเกว่งในเเดนบวกด้วยปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ยังคงทรงตัวได้ดีเเละดัชนีส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่เคลื่อนไหวได้ในเเดนบวก อย่างไรก็ตามดัชนียังไม่น่ายืนเหนือ 1400 จุดได้ เนื่องจากระดับValuation ที่เริ่มตรึงตัว หลัง Set Index ปรับขึ้นมาค่อนข้างเเรง ตั้งเเต่ช่วงต้นปีนี้ เเละ Performed ดีกว่าตลาดเพื่อนบ้านทำให้ Upside ของตลาดไทยมีจำกัด เเละเสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไรมากขึ้น เเนะนำติดตามผลการประชุม ECB เช้าวันพรุ่งนี้เเละทยอยขายหุ้นที่ราคาขึ้นมามากในสัปดาห์นี้ โดยถือเงินสดมากขึ้นเพื่อซื้ออีกรอบเมื่อดัชนีย่อลง
แนวรับ/แนวต้าน : 1370/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
กลยุทธ์ : ทยอยขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมามากแล้ว เช่น กลุ่มแบงก์และสื่อสาร เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
นักลงทุนระยะสั้น : CI (2.80), CPF (27)
CI (2.80) โดยเราคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการตั้งกอง REIT โครงการศรีพันวามูลค่า 1 พัน 4 ร้อยล้านบาท และมีรายได้และกำไรโตก้าวกระโดดในไตรมาส 4 ปี 58และไตรมาส 1 ปี 59 รวมไปถึงทั้งปี 59 จากการโอนคอนโดและโครงการบ้านเดี่ยวตามนโยบายกระตุ้นการโอนของรัฐบาลในปีนี้
CPF (27) ราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและจะกลับมาดีขึ้นในปี 59 เพราะ (1) ราคาเนื้อหมูและไก่ฟื้นตัว (2) ราคากากถั่วเหลืองซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง (3) ปัญหา EMS ในกุ้งคลี่คลายไปเยอะแล้วในไตรมาส 4 ที่ผ่านมาและต้นทุนธุรกิจกุ้งลดลงจากการลดขนาดโรงงานแปรรูปกุ้ง ธุรกิจนี้จึงมีแนวโน้มกลับมาเป็นกำไรปีนี้หลังจากขาดทุนไปเยอะเมื่อปีก่อน แนะนำหุ้น CPF สำหรับทั้งเล่นสั้นและถือยาว
นักลงทุนระยะยาว : CK (34), SCC (630)
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK
SCC (630) ผลิตภัณฑ์ olefins ยังคงมี demand แข็งแกร่งทำให้มี spread สูงใกล้เคียง 700 ดอลล่าห์ต่อตันในปีนี้ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 400 ดอลล่าห์ต่อตันในปีที่แล้ว นอกจากนี้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นหลัง Chandra Asri Cracker ในอินโดนีเซียเสร็จสิ้นกระบวนการปรับปรุงระบบการผลิตในปีนี้ ประกอบกับเราคาด demand ปูนซีเมนต์จะเติบโต 3-4% yoy ปีนี้เทียบกับ 0% ในปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐโดยตรง บวกกับโรงปูนใหม่ที่กัมพูชาและอินโดนีเซียจะช่วยดันยอดขายและกำไรให้โตไม่ต่ำ 17% ในปีนี้อีกด้วย
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ เครือข่ายภาคประชาชน 46 องค์กรเรียกร้องรัฐยกเลิกคำสั่ง หวั่นกระทบระบบนิเวศ-สิ่งแวดล้อมวงกว้างแนะรื้อระบบรายงาน "อีไอเอ" ด้านคมนาคมขานรับใช้ ม.44 ปลดล็อก "อีไอเอ" หนุนโครงการเร่งด่วน คาดประกวดราคาได้เร็ว เพิ่มแรงหนุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะ ร.ฟ.ท.เตรียม ชงครม. รถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง นครปฐม-หัวหิน ลพบุรี-ปากน้ำโพ และหัวหิน-ประจวบฯ เข้า ครม.15 มี.ค.นี้
- ราคาน้ำมันยังคงผันผวน หลังสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมัน คงคลังสหรัฐปรับขึ้นราว 4.4 ล้านบาร์เรล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามหลังสัปดาห์ก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้นไป 9.9 ล้านบาร์เรล แม้สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (อีไอเอ) จะคาดการณ์การลดกำลังการผลิตของสหรัฐ
+ น.ส.อรนุช ไวนุสิทธิ์ โฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งเพิ่มเติมอีกจังหวัดละ 30 ล้านบาท จากเดิมกำหนดไว้ 20 ล้านบาท รวมเป็น 50 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติที่ได้รับผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สินและความเป็นอยู่
+ นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ 1 ใน 12 คณะทำงานสานงานประชารัฐ เปิดเผยว่า จะเสนอให้มีการสร้าง Private -Public Sector Research& Development Consortium ซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันของบริษัทในอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยของรัฐและมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมทำวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนำไปพัฒนาต่อเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการ
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,000.36 จุด เพิ่มขึ้น 36.26 จุด หรือ +0.21%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้น 4.9% หลังจากมีการคาดการณ์ว่า กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อจำกัดการผลิตในการประชุมเดือนนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อจับสัญญาณว่า ECB จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมหรือไม่
- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.88 จุด หรือ 0.34% ที่ 6,146.32 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดีดตัวขึ้น
- ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 16,642.20 จุด ลดลง 140.95 จุด -0.84%
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดพุ่งขึ้น 1.79 ดอลลาร์ หรือ 4.9% แตะที่ 38.29 ดอลลาร์/บาร์เรล






