กำไรปี 58 เติบโต 24% และคาดปี 59 เติบโต 21% จากการเจาะกลุ่มตลาดมากขึ้น
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
ปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 80 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 21%YoY : ปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 80 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 21%YoY จากการเพิ่มขึ้นจากรายได้ที่เป็นการให้บริการจัดหาลูกค้าสัมพันธ์และการให้บริการจัดการบริหารศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์เต็มรูปแบบที่เติบโต 24.1% และ 89.4% ตามลำดับ โดยบริษัทได้ลูกค้าในกลุ่มราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีการใช้บริการที่มากขึ้นจากการเติบโตธุรกิจของลูกค้า ทั้งนี้รายได้การให้บริการบำรุงรักษาศูนย์ให้บริการข้อมูลลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนเป็นผลจากการเลื่อนการใช้บริการไปจากความล่าช้าของการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐบาล
คาดกำไรปี 2559 เติบโต 21% จากการขยายตัวของธุรกิจต่าง ๆ : ปี 2559 บริษัทยังคงมีโครงการต่างๆ ที่รอรับรู้เป็นรายได้อย่างต่อเนื่อง เช่น งานจากสำนักงานประกันสังคม (SSO) มูลค่า 511 ล้านบาท งานบมจ.ไทยแอร์เอเชียมูลค่า 309 ล้านบาทและงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ระยะที่ 3 มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท เมื่อรวมโครงการอื่นๆ รวมเป็นรายได้รอรับรู้ ณ สิ้นปี 2558 จำนวน 1,472 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดจะรับรู้ภายในปีนี้ราว 60-70% นอกจากนี้บริษัทมีแผนขยายการให้บริการโดยเจาะลูกค้ากลุ่มประกันภัย SME และ E-commerce ที่มีการขยายตัวเด่นชัดมากขึ้น ทั้งนี้ในปี 2559 บริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมและรักษาความเป็นผู้นำให้บริการด้าน Call Center อันดับหนึ่งของประเทศไทย (อ้างอิงเฉพาะคู่แข่งโดยตรงเท่านั้น) ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 80 ล้านบาทในปี 2559 เติบโต 21% ซึ่งยังไม่รวมประมาณการโครงการประมูลเบอร์ฉุกเฉิน 911 ที่มีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านบาท ที่ยังไม่มีความชัดเจน
ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการให้บริการ Call Center ระหว่างประเทศ : บริษัทตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางผู้ให้บริการ Call Center ระหว่างประเทศในปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้ราว 2,000 ล้านบาท ในปี 60 บริษัทมีแผนควบรวมกิจการและขยายการให้บริการสู่ประเทศพม่า นอกจากนี้บริษัทคาดว่าจะเปิดให้บริการรับจ้างบริหารธุรกิจ (Business Process Outsourcing : BPO) ในปี 2561 และขยายสู่การให้บริการระดับภูมิภาคในปี 2562 ซึ่งผู้บริหารตั้งเป้าว่าจะช่วยเพิ่มการเติบโตของรายได้ราว 200 ล้านบาทต่อปี
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2559 เท่ากับ 7.25 บาท : จากการเติบโตของธุรกิจCall Center ที่สูงขึ้นรวมถึงการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2559 ทำให้ยังมีโอกาสเห็นการเติบโตต่อเนื่องของบริษัท ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมสำหรับปี 2559 ด้วยวิธี Prospect PER ที่ระดับ 25 เท่าและคาดการณ์ EPS ปี 2559 ราว 0.29 บาทได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 7.25 บาทซึ่งสูงกว่าราคาปิดปัจจุบัน ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









