วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAMTEL - ซื้อ

กำไรสุทธิปี 58 ลดลง 43%YoY แต่คาดว่าเป็นจุดต่ำสุดของบริษัท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- กำไรสุทธิปี 58 เท่ากับ 402 ล้านบาทลดลง 43%YoY: บริษัทมีรายได้ปี 58 เท่ากับ 5,716 ล้านบาทลดลง 13% จากปีก่อนหลังจากโครงการต่างๆของภาครัฐยังคงล่าช้าและมีการเลื่อนการเปิดโครงการใหม่ๆหลายโครงการส่งผลให้รับรู้รายได้จากงานน้อยลงทั้งงานโครงการ (Turnkey) และงานบริการ (Service) อีกทั้งในช่วงไตรมาส 4 บริษัทมีต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้นมากรวมถึงมีค่าปรับจากกรมที่ดินหลังจากที่บริษัทส่งงานล่าช้า (อยู่ในระหว่างอุทธรณ์) ราว 70 ล้านบาทส่งผลให้กำไรสุทธิปี 58 เท่ากับ 402 ล้านบาทลดลง 43%YoY

- คาดปี 59 เห็นการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในปี 58: แม้ปี 58 บริษัทจะมีผลประกอบการที่น่าผิดหวัง แต่ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของบริษัทหลังจากภาครัฐมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งหนึ่งในนั้นคือนโยบาย ICT ส่งผลให้บริษัทมีโอกาสได้รับงานติดตั้งระบบมากขึ้นจากปีก่อน นอกจากนี้ในปี 59 บริษัทจะรับรู้รายได้จากระบบคัดกรองผู้โดยสาร (APPS) ที่ได้รับแรงหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในปี 58 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 59 โดยบริษัทจะรับรู้รายได้ 11 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คน ปี 59 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ราว 1 หมื่นล้านบาทจากงานที่จะเซ็นสัญญาใหม่ในปีนี้ราว 6,000 ล้านบาทและรับรู้จากรายได้รอรับรู้ราว 50% ซึ่ง ณ สิ้นปี 58 บริษัทมีรายได้รอรับรู้ราว 8,200 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการสำคัญที่คาดว่าจะได้เซ็นสัญญาในปี 59 ได้แก่โครงการ ERP มูลค่า 2,700 ล้านบาท โครงการอินเทอร์เน็ตโรงเรียน มูลค่า 1,200 ล้านบาท โครงการการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่าย มูลค่า 3,500 ล้านบาทและโครงการวิทยุสื่อสารมูลค่า 3,300 ล้านบาทซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วง 1H59 อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้ราว 6,500 ล้านบาทต่ำกว่าเป้าของผู้บริหารเนื่องจากบางโครงการยังไม่ชัดเจนและมีโอกาสเลื่อนเปิดโครงการ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิเท่ากับ 550 ล้านบาทเติบโต 37%YoY ลดลงจากประมาณการครั้งก่อนที่ 648 ล้านบาทจากการเซ็นสัญญาที่ล่าช้า

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับลดราคาเป้าหมายปี 59 เหลือ 17.80 บาท: ฝ่ายวิจัยคาดว่าโครงการต่างๆที่เลื่อนจากปีก่อนจะเริ่มเปิดประมูลในปีนี้ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลประกอบการปี 59 ฟื้นตัวจากปีก่อน โดยฝ่ายวิจัยได้ประเมินมูลค่าด้วยวิธี Prospect PER ที่ระดับ 20 เท่าและ EPS ปี 59 ที่ 0.89 ได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 17.80 บาทจากเดิม 21 บาทแต่ยังคงสูงกว่าราคาปิดปัจจุบัน ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”