อารมณ์ตลาดเป็นบวกแบบระมัดระวัง
คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ จากการที่หุ้นในตลาดเกิดใหม่ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงเดินหน้าต่อด้วย คลายความวิตกกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจโลก หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในระยะหลังออกมาดีเป็นส่วนใหญ่ นักลงทุนลุ้นให้ตัวเลขการว่าจ้างงานนอกภาคเศรษฐกิจสหรัฐวันนี้ออกมาดี แต่ไม่แข็งแกร่งมากจน Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ย ปัจจัยภายในประเทศโดยรวมวันนี้เป็นลบ จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังลดลงต่อเนื่องในเดือน ก.พ. แต่รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นก่อนตลาดหุ้นโลกจะเพิ่งคลายความวิตกที่กล่าวข้างต้น อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นของตลาดวันนี้น่าจะถูกจำกัดจากการขายทำกำไรบางส่วนของนักลงทุน
หุ้นเด่นวันนี้: RS (Bt10.40; NR, ราคาเป้าหมาย Bloomberg ปี 59 12.93 บาท)
บมจ. อาร์เอส มีแนวโน้มผลประกอบการที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในปีนี้ในทุกหน่วยธุรกิจ โดยบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ปีนี้จะสามารถเติบโต 11% YoYสนับสนุนโดยธุรกิจดิจิตอลทีวีช่อง 8 ที่สามารถครองทีวีเรตติ้งอันดับที่ 4 ได้อย่างเหนียวแน่นโดยมีคะแนน ณ สิ้นปีอยู่ที่ 0.45 เพิ่มขึ้นจาก 0.21 ในเดือน เม.ษ.57 ซึ่งเป็นเดือนแรกที่เริ่มออกอากาศ บริษัทยังมุ่งหมายปั้นธุรกิจเทเลเซล หรือ ขายสินค้าสุขภาพและความงามผ่านรายการทางช่อง RS ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของสินค้าเองโดยได้ตั้งเป้ายอดขายของธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตได้ 65% ในปีนี้ นอกจากนี้ ผลประกอบการของ RS งวดไตรมาส 1/59 ยังมีแนวโน้มสดใสสวนกระแสงบโฆษณาที่อ่อนตัวสนับสนุนโดย 1) รับรู้รายได้เพิ่มเติมจากการรับจัดอีเว้นท์ ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าอีกประมาณ 500 ลบ. 2) บริษัทปรับกลยุทธ์การขายและราคาโฆษณาเฉลี่ยของช่อง 8 น่าจะช่วยหนุนรายได้ของช่องให้เติบโตได้ 30% YoYในไตรมาสนี้ 3) งานคอนเสิร์ต์ใหญ่ The Next Venture ในวันที่ 6 มี.ค. จะสร้างรายได้ขายตั๋วและสปอนเซอร์เข้ามาเพิ่มเติม ตามประมาณการของบลูมบริ์กคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานของ RS จะเติบโต 321% ในปีนี้และ 47% ในปี 2560 สำหรับรูปแบบราคาของ RS เกิดสัญญาณทั้งในรายวันและรายสัปดาห์บ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น แต่ยังมีแรงกดดันในระยะยาวจากสัญญาณขายในรายเดือน ราคามีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายที่ 11.50 บาท และ 13.40 บาท ตามลำดับ จุด stop loss อยู่ที่ 8.85 บาท (แนวต้าน: 10.60, 10.80, 11.00; แนวรับ: 10.30, 10.10, 9.85)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• ความเชื่อมั่นผู้บริโภคร่วงลงอีกครั้งในเดือน ก.พ. ผลสำรวจโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยรายงานวานนี้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ 74.7 จาก 75.5 ในเดือนม.ค. และ 76.1 ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว การร่วงลงของดัชนี 2 เดือนติดต่อกันแสดงให้เห็นถึงความกังวลของผู้บริโภคทั้งในเรื่องของอนาคตเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ภาคส่งออกที่ลดลง ราคาน้ำมัน และผลกระทบจากภาวะภัยแล้ง (Bangkok Post)
• ผู้พัฒนาอสังหาหวังเคลียร์บ้านในสต็อก ก่อน 28 เม.ษ. ซึ่งจะเป็นเวลาที่มาตรการจูงใจด้านภาษีเพื่อกระตุ้นอสังหาของรัฐสิ้นสุดลง โดยบ้านในสต็อกมีมูลค่ากว่าแปดหมื่นลบ. หรือสามหมื่นยูนิตพร้อมจะส่งมอบภายในเดือน เม.ษ. นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยกล่าวว่าในช่วงสี่เดือนแรกเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผู้พัฒนาอสังหาในการเคลียร์สต็อกด้วยการแข่งขันทางแคมเปญการตลาด. (Bangkok Post)
• สนับสนุนการกู้ยืมของผู้มีรายได้น้อย รมว.การคลังจะลดทุนจดทะเบียนของบริษัทนาโนไฟแนนซ์เหลือ 10 ลบ. จาก 50 ลบ. ขณะที่แผนลดข้อจำกัดของสินเชื่อจะช่วยให้ผู้คนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น การยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าวจะช่วยให้มีบริษัทเข้ามาในอุตสาหกรรมมากขึ้นเพื่อปล่อยกู้แก่ผู้มีรายได้น้อยและเข้าถึงการกู้ยืมที่เป็นทางการแทนการกู้ยืมในระบบใต้ดิน (Bangkok Post)
• JAS (3.12 บาท) อาจจ่ายเงินงวดแรกพร้อมแบงก์การันตีได้เพื่อรับใบอนุญาต 900 เมกะเฮิร์ตซ์ โดยเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า จากการที่ได้หารือกับผู้บริหารระดับสูง บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ทาง JAS ได้ยืนยันว่าในวันที่ 18 มีนาคมนี้ จะมาชำระค่าใบอนุญาต 4G คลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ งวดที่ 1 จำนวน 8,040 ล้านบาท พร้อมหนังสือรับรองจากสถาบันการเงิน (แบงก์การันตี) ซึ่งขณะนี้ นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างการเจรจาอย่างสุดความสามารถกับสถาบันการเงินเพื่อขอวงเงินกู้ต่อไป (MThai)ความเห็น: เราเห็นว่า JAS เหมือนพูดไปก่อนแม้จะยังไม่แน่นอนว่าจะได้รับใบอนุญาต แม้ว่าข่าวนี้จะช่วยหนุนโอกาสรับใบอนุญาตของ JAS เพิ่มขึ้นมาอีกนิด แต่เราก็ยังเห็นว่าโอกาสโดยรวมยังต่ำอยู่ อย่างไรก็ดีเราควรจับตาประเด็นนี้ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรจนกว่าจะถึงเส้นตายการจ่ายรับใบอนุญาตที่ 21 มี.ค. 59
ต่างประเทศ
• ตลาดหุ้นทั่วโลกแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อวันพฤหัส โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของตลาดเกิดใหม่จากความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกได้ลดลงและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ดัชนี MSCIEF ปรับตัวขึ้น 1.4% ติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ยาวนานที่สุดในปีนี้ (Reuters)
• ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อวันพฤหัส เนื่องจากมีข้อมูลแสดงถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐและนักลงทุนกำลังจับตาดูรายงานการจ้างงานประจำเดือนก.พ. ซึ่งกำหนดประกาศในวันศุกร์นี้ ราคาพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 1/32 และอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 1.852% เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเทียบกับวันก่อนหน้า (Reuters)
• ดอลลาร์สหรัฐอยู่แนวตั้งรับเทียบกับเงินสกุลอื่นในวันศุกร์ หลังจากรายงานการจ้างงานของภาคบริการในสหรัฐได้ลดความคาดหวังว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ เงินยูโรทรงตัวอยู่ที่ 1.0950 ดอลลาร์สหรัฐหลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อคืน ส่วนดอลลาร์สหรัฐไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเงินเยนอยู่ที่ 113.71 เยน หลังจากปรับตัวแตะระดับสูงสุดในวันก่อนที่ 114.28 เยน (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเมื่อวันพฤหัส เป็นวันที่สองเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจโลกลดลง ตลาดเกิดใหม่ปรับตัวขึ้นโดยถ้วนหน้าและปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับแต่เดือนต.ค. และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งทะยานขึ้นชดเชยกับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและสุขภาพที่ปรับตัวลง ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดในสัปดาห์ที่แล้ว แต่แนวโน้มพื้นฐานยังคงชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง (Reuters)
• ISM ประกาศเมื่อวันพฤหัสว่าดัชนีการจ้างงานในภาคบริการลดลงอยู่ที่ 49.7 จุดในเดือนก.พ. จาก 52.1 จุดในเดือนก่อน ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกของการจ้างงานในภาคบริการนับแต่ ก.พ. 57 (Reuters)
• จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐเพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 278,000 ราย ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ก.พ. นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าตัวเลขการจ้างงานจะลดลงอยู่ที่ 271,000 ตำแหน่ง จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการฯ ในตอนนี้อยู่ระดับต่ำกว่า 300,000 รายซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงว่าสภาวะตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่งเป็นเวลา 1 ปี นานที่สุดนับแต่ช่วงต้นปี 1970 ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการฯ ซึ่งใช้วัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าลดลง 1,750 รายอยู่ที่ 270,250 รายในสัปดาห์ก่อน อยู่ในระดับต่ำสุดตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย. (Reuters)
• ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานสหรัฐดีดตัวขึ้น 1.6% หลังจากลดลง 2.9% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับแต่เดือนมิ.ย. และตามมาด้วยการลดลงติดต่อกัน 2 เดือน การเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเป็นสิ่งที่บอกเป็นนัยล่าสุดว่าภาวะตกต่ำของภาคโรงงานน่าจะสิ้นสุดแล้ว (Reuters)
• คาดว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 151,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. จากผลสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์โดย รอยเตอร์ อัตราการว่างงานถูกมองว่าอยู่ในระดับทรงตัวที่ 4.9% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 8 ปี (Reuters)
ยุโรป:
• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดีปรับตัวลดลง หลังจากที่ปรับตัวสูงขึ้น 5 วันติดต่อกันก่อนหน้านี้ นำโดยการปรับตัวลดลงของหุ้นในกลุ่ม Healthcare อาทิRoche และ GlaxoSmithKline หลังจาก Moody’s ปรับมุมมองต่ออุตสาหกรรมยาลงเป็นระดับมีเสถียรภาพ จากแนวโน้มบวกเดิม (Reuters)
• กิจกรรมทางธุรกิจยูโรโซนเดือน ก.พ. ขยายตัวน้อยที่สุดในรอบปี โดย Markitรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สรุปสุดท้ายปรับตัวลดลงในเดือน ก.พ. ทำระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2558 สู่ระดับ 53.0 จาก 53.6 ในเดือน ม.ค. ก่อนหน้า แต่สูงขึ้นจากตัวเลขประเมินเบื้องต้นก่อนหน้าที่ 52.7 ทั้งนี้ตัวเลขที่ยืนเหนือระดับ 50 ยังคงสะท้อนถึงภาวะการขยายตัว (Reuters)
เอเชีย:
• ภาคการบริการญี่ปุ่นเดือน ก.พ. ขยายตัวน้อยที่สุดในรอบ 7 เดือนโดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) จัดทำโดย Markit/Nikkei ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51.2 ในเดือน ก.พ. จาก 52.4 ในเดือน ม.ค. ก่อนหน้า อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวยังสามารถยืนเหนือระดับ 50 ซี่งสะท้อนถึงภาวะการขยายตัวได้เป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน (Reuters)
• การประชุมรัฐสภาจีนประจำปี ผู้แทนกว่า 3,000 คนจะเข้าร่วมประชุมสภาจีนประจำปี ณ กรุงปักกิ่งในวันที่ 5 มี.ค. เป็นระยะเวลา 12 วัน ซึ่งประเด็นสำคัญที่จะพูดถึงได้แก่ แผนเศรษฐกิจ 5 ปีนับจากนี้ (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• น้ำมันดิบคงตัววันพฤหัส หลังจากบวกติดต่อกันไปแล้ว 3 วันเพราะสต็อกน้ำมันสหรัฐสวนกระแสแผนคุมกำลังการผลิตน้ำมันของโอเปค และการขายทำกำไรหลังจากวิ่งขึ้นแรง Brent พ.ค. ปรับขึ้น 14 เซนต์ อยู่ที่ 37.07 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังปรับขึ้นเกือบ 2 ดอลลาร์นับจากปิดศุกร์ที่แล้ว ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 2 วันแรก น้ำมันดิบสหรัฐลด 9 เซนต์ปิดที่ 34.57 ดอลลาร์(Reuters)
• ราคาทองกลับขึ้นมา 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์วันพฤหัส เพราะค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง ทำให้อยากถือทองเป็นการลงทุนทางเลือกมากขึ้น แต่ยังจำกัดอยู่ด้วยการรอตัวเลขการจ้างงานสหรัฐศุกร์นี้ ราคาทองคำตลาดจรขึ้น 0.5% ปิด 1,246.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบ เม.ย. ขึ้น 6.20 ดอลลาร์ปิด 1,248.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)
• ราคาทองแดงแตะจุดสูงสุดกว่าสามเดือนในวันพฤหัส เพราะหุ้นเป็นบวก ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเติบโตเศรษฐกิจโลกและค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง ราคาทองคำอ้างอิงในตลาด London Metal Exchange ปิดบวก 1.4% อยู่ที่ 4,856 ดอลลาร์ต่อตัน หลังแตะ 4,848 ดอลลาร์ก่อนหน้า หรือจุดสูงสุดนับแต่ 12 พ.ย.









