ที่ประชุม กกร. เตรียมปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ลงช่วงเดือน เม.ย. หลังจากภาพรวมเศรษฐกิจเดือน ม.ค. ไม่สดใส
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า กกร.จะทบทวนปรับลดตัวเลขจีดีพี ที่ประเมินไว้ร้อยละ 3-3.5 ลงอีกครั้งในเดือนเมษายนนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือนมกราคมยังไม่สดใส สะท้อนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทุกภาคส่วนยังแผ่วลงจากเดือนก่อนหน้า การใช้จ่ายภาครัฐแม้จะดำเนินการได้ต่อเนื่อง แต่พบว่า อัตราเบิกจ่ายโดยเฉพาะงบลงทุนแผ่วลง หลังเร่งเบิกจ่ายไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2559 ด้านการลงทุนภาคเอกชนกลับมาชะลอตัวลงอีกครั้งหลังจากอานิสงส์ชั่วคราวที่เริ่มหมดลง เช่น ผลจากการเร่งซื้อรถยนต์ก่อนปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ และการกระตุ้นการจับจ่ายผ่านมาตรการภาษี เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ยังทรงตัวระดับต่ำจากกำลังการผลิตที่ยังคงมีเพียงพอและการปรับขึ้นภาษีรถยนต์
อย่างไรก็ตาม กกร. ยังห่วงภาคการส่งออก หลังการส่งออกเดือนมกราคมปีนี้ติดลบร้อยละ 8.9 หนักสุดในรอบกว่า 3 ปี มูลค่าส่งออกลดลงมาอยู่ในระดับ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ยอดส่งออกลดลงแทบทุกตลาด แม้แต่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ที่เคยเติบโตในอัตราสูงก็ชะลอลงมาเติบโตเพียงร้อยละ 1.2
นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงมากขึ้น ดั้งนั้น กกร.จะร่วมรณรงค์ลดการใช้น้ำในผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยจะเริ่มดำเนินการเดือนมีนาคมนี้ โดยจัดสัมมนาเชิงปฎิบัติการเรื่องการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ประเมินว่า จะช่วยลดการใช้น้ำในภาคธุรกิจได้ร้อยละ 20-30 ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนผลกระทบอุตสาหกรรมยังไม่ชัดเจน เบื้องต้นยังไม่มีปัญหาน้ำที่กักเก็บยังมีเพียงพอใช้ในภาคอุตสาหกรรมจนถึงปลายปีนี้
ด้านการลงทุนโดยตรงภาคเอกชนไทยไปต่างประเทศ 9 เดือนแรกปี 2558 เพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น ประเทศปลายทางที่ให้สิทธิประโยชน์การลงทุน และเอกชนที่ไปลงทุนสามารถลดต้นทุนได้มากกว่าการผลิตภายประเทศ อย่างไรก็ตาม การลงทุนต่างประเทศยืนยันได้ว่าเป็นการลงทุนเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การย้ายฐานการผลิต









