วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งในกรอบ 1320-1340

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA  :  แกว่งในกรอบ 1320-1340

ตลาดไทยเมื่อวานนี้แข็งแกร่งกว่าตลาดเพื่อนบ้าน โดยติดลบในช่วงเช้าแต่มีแรงซื้อกลับเข้ามาทำให้ดัชนีอยู่ในแดนบวกได้ สำหรับวันนี้เราคาดตลาดจะแกว่งในกรอบจำกัด มีโอกาสปิดในแดนบวกอีกครั้ง เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนโดยรวมเป็นกลางถึงบวก ปัจจัยภายในประเทศได้แก่ หุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงาน สื่อสาร และ SCC ที่ยังคงหนุนตลาดอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่เข้าสู่ช่วงประกาศจ่ายเงินปันผล ทำให้มีแรงเก็งกำไรเข้ามา ทางด้านปัจจัยต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นบวก เช่น ราคาน้ำมันที่ทรงตัวได้ดีเหนือ 30 เหรียญต่อบาเรลและการประชุม ECB ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น ลดดอกเบี้ยหรือเพิ่มวงเงิน QE นอกจากนี้การประชุมเฟดวันที่ 15-16 มีนาคม ก็มีโอกาสจะส่งสัญญาณเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยไปอีก ดังนั้น ถึงแม้ว่า upside ของตลาดหุ้นไทยจะมีจำกัดแต่โอกาสที่จะปรับลงแรงก็มีน้อยเช่นกัน แนะนำหากดัชนีสามารถผ่าน 1340 จุดได้ ให้ follow buy กลุ่มหุ้นที่ราคายังไม่แพง เช่น รับเหมา อาหาร และอสังหาฯ แต่หากดัชนีไม่สามารถผ่าน 1340 ได้ ให้รอย่อต่ำกว่า 1310 จุดแล้วจึงค่อยซื้อ

แนวรับ/แนวต้าน : 1300/1340 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : CI (2.80), BR (8)

CI (2.80) โดยเราคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการตั้งกอง REIT โครงการศรีพันวามูลค่า 1 พัน 4 ร้อยล้านบาท และมีรายได้และกำไรโตก้าวกระโดดในไตรมาส 4 ปี 58และไตรมาส 1 ปี 59 รวมไปถึงทั้งปี 59 จากการโอนคอนโดและโครงการบ้านเดี่ยวตามนโยบายกระตุ้นการโอนของรัฐบาลในปีนี้

BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ gross margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ

นักลงทุนระยะยาว : CK (34), SCC (630)

CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK

SCC (630) ผลิตภัณฑ์ olefins ยังคงมี demand แข็งแกร่งทำให้มี spread สูงใกล้เคียง 700 ดอลล่าห์ต่อตันในปีนี้ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 400 ดอลล่าห์ต่อตันในปีที่แล้ว นอกจากนี้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นหลัง Chandra Asri Cracker ในอินโดนีเซียเสร็จสิ้นกระบวนการปรับปรุงระบบการผลิตในปีนี้ ประกอบกับเราคาด demand ปูนซีเมนต์จะเติบโต 3-4% yoy ปีนี้เทียบกับ 0% ในปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐโดยตรง บวกกับโรงปูนใหม่ที่กัมพูชาและอินโดนีเซียจะช่วยดันยอดขายและกำไรให้โตไม่ต่ำ 17% ในปีนี้อีกด้วย



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "เอสซีจี"อัดแคมเปญใหญ่ โหมเจาะตลาด ที่อยู่อาศัยรายย่อย มั่นใจเมกะโปรเจคมาตรการกระตุ้น สร้างความเชื่อมั่นฟื้น ตั้งเป้าโต 3-4% รับปีนี้แข่งเดือด ขณะโบรกฯ คาดครึ่งปีแรกปูนซีเมนต์-วัสดุก่อสร้างแข่งรุนแรง จาก "ทีพีไอพีแอล" เข้าตลาด ประเมินครึ่งปีหลังฟื้น

- นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกในเดือน ม.ค. 2559 จะยังคงติดลบต่อเนื่องจากปี 2558 เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะตลาดหลักๆ เศรษฐกิจชะลอตัว และหลายประเทศหันมาส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อของประเทศผู้ส่งอออกน้ำมันรายได้ลดลง จึงนำเข้าสินค้าลดลง แต่เชื่อทั้งปีโต 5% มาตรการกระตุ้นส่งออกเชิงลึกรายตลาดเห็นผล

+ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 จัดเก็บได้ 7.42 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 5.43 หมื่นล้านบาท หรือ 7.9% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.1% โดยการนำส่งรายได้ของหน่วยงานอื่น สูงกว่าประมาณการ 5.72 หมื่นล้านบาท การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงกว่า 3,680 ล้านบาท และภาษีสรรพสามิตรถยนต์เก็บได้สูงกว่าประมาณการ 3,680 ล้านบาท

- "พาที"ยอมรับนักบินทยอยลาออก ยันเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ ระบุอยู่ระหว่างสางปัญหาวางโครงสร้างใหม่ ลั่น 1 มี.ค.นี้กลับสู่ปกติ แจง กพท.ขอยกเลิกเที่ยวบินต่อเนื่อง ดึง "นกสกู๊ต" เสริมบินเส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่ทดแทน 4 ไฟลต์ 25 ก.พ.นี้ ขณะที่ "ไทยสมายล์"ช่วยบินเสริมแล้ว 16 ไฟลต์ ด้าน"ไทยไลอ้อนแอร์" ช่วยนกแอร์ปล่อยเครื่องเช่าเหมาลำ 60 ไฟลต์

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,484.99 จุด เพิ่มขึ้น 53.21 จุด หรือ +0.32%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) เพราะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้น หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว โดยการฟื้นตัวขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นด้วย

- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลดลง 95.13 จุด หรือ 1.60% ที่ 5,867.18 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มพลังงาน เนื่องจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปถือครองทรัพย์สินที่มีความปลอดภัยแทน

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 136.26 จุด หรือ 0.85% แตะที่ 15,915.79 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลง โดยตลาดปิดลบติดต่อกัน 2 วันทำการ เนื่องจากการแข็งค่าของเงินเยนยังคงเป็นแรงฉุดหุ้นกลุ่มส่งออก นอกจากนี้ การร่วงลงของราคาน้ำมันยังส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นซบเซาลงด้วย

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดบวก 28 เซนต์ หรือ 0.9% แตะที่ 32.15 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว