วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บอร์ดตลาดทุน' มีมติไม่แปรรูปตลาดหลักทรัพย์

"วรวรรณ" เผย คณะกรรมการตลาดทุน มีมติไม่แปรรูปตลาดหลักทรัพย์ พร้อมเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาครอบงำตลาด เสนอ รมว.คลัง 4 มี.ค.นี้

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุกิจตลาดทุนไทย ชี้แจงผ่านเฟสบุ๊ควานนี้ (18 ก.พ.) ถึงผลสรุปการประชุมเรื่องแผนพัฒนาตลาดทุนไทย 5 ปี (59-63) โดยประชุมกันที่ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โดยมีตัวแทนจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมมีมติไม่มีการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ฯ (หมายถึงจะไม่มีการนำตัวตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปทำเป็นบริษัทจดทะเบียน เพราะตลาดฯ ไม่ได้ต้องการทุนเพิ่มเนื่องจากมีทุนอยู่แล้ว จึงไม่เห็นจะต้องเอาไปเข้าตลาดเพื่อระดมเงินจากผู้ลงทุนมาซื้อตลาดฯ แต่อย่างใด)

พร้อมกันนี้ จะแก้ไขเรื่อง Ownership ของ ตลท. ให้ชัดเจน และจะเสนอ รมว.คลัง ต่อไปในการประชุมติดตามแผนตลาดทุนที่จะนำเสนอ รมว. คลัง อีกครั้งในวันที่ 4 มีนาคมนี้ ซึ่ง รมว.คลัง กำชับว่าทำเรื่อง Ownweship นี้ให้ชัดเจนไปเลย ต่อไปจะได้ไม่ต้องยกเรื่องปัญหาที่เคยคาราคาซังมาถกเถียงกันอีก และให้เร่งทำให้เสร็จในยุคนี้

"เนื่องจากประเด็นที่คนไปห่วงว่าโบรกเกอร์ (บล.) อาจจะมีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางในการทำงานของตลาดฯ จนเกินไป หรือห่วงว่ารัฐจะเข้าไปใช้อำนาจโดยส่งตัวแทนรัฐเข้าไปเป็นกรรมการตลาดฯ แล้วใช้นโยบายที่ไม่ส่งผลดีต่อตลาดฯ นั้น ที่จริงแล้วมันเกี่ยวกับคำถามที่ว่า “ใครเป็นเจ้าของตลาดฯ” ซึ่ง รมว.คลัง กำชับว่าทำเรื่อง Ownweship นี้ให้ชัดเจนไปเลย" นางวรวรรณ ระบุ

ส่วนคาดการณ์ผลของแผนตลาดทุนฉบับนี้ ที่จะเกิดในปี 2559-2560 1. SME จะสามารถเข้าถึงแหล่งทุนจากตลาดทุนได้สะดวกขึ้น 2. ตลาดทุนไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค และมีโอกาสเพิ่มสินค้าจากประเทศที่มีการเติบโตสูง

ขณะที่คาดการณ์ผลของแผนตลาดทุนฉบับนี้ ที่จะเกิดในปี 2561-2563 1. ตลาดทุนไทยได้มาตรฐานสากลในทุกด้าน มีธรรมาภิบาล มีการแข่งขันที่เปิดกว้างและเป็นธรรม ด้วยต้นทุนที่สะท้อนความมีประสิทธิภาพ มีบุคลากรคุณภาพในจำนวนที่เพียงพอ และมีโอกาสยกระดับเป็น Regional Player 2. ประชาชนมีความรู้พื้นฐานทางการเงินที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิต 3. ประเทศไทยเริ่มมีระบบการออมที่จะสร้างความพร้อมในการรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง เพียงพอ และยั่งยืน (โดยรัฐไม่ต้องควักเงินมาอุดหนุนระบบ)