วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA  :  รีบาวด์

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มปรับขึ้นลุ้นทดสอบแนวต้าน 1300 จุด หลังราคาน้ำมันรีบาวด์แรงซึ่งจะส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงานในวันนี้ ประกอบกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้เริ่มสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก คงคำแนะนำทยอยขายทำกำไรเมื่อดัชนีขึ้นเหนือ 1300 จุด

แนวรับ/แนวต้าน : 1275/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : PS (34), CPF (27)

PS (34) มี Townhouse ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทพร้อมโอนในมือค่อนข้างสูง ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการโอนและยอด presales ที่แข็งแกร่งด้วย บวกกับได้เน้นบ้านเดี่ยวและ segment ที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงสูงและยังคงได้ประโยชน์จาก demand ที่แข็งแกร่งอยู่ ซื้อใกล้ๆ 25 เป้าหมาย 34 upside 36%

CPF (27) ราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและจะกลับมาดีขึ้นในปี 59 เพราะ (1) ราคาเนื้อหมูและไก่ฟื้นตัว (2) ราคากากถั่วเหลืองซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง (3) ปัญหา EMS ในกุ้งคลี่คลายไปเยอะแล้วในไตรมาส 4 ที่ผ่านมาและต้นทุนธุรกิจกุ้งลดลงจากการลดขนาดโรงงานแปรรูปกุ้ง ธุรกิจนี้จึงมีแนวโน้มกลับมาเป็นกำไรปีนี้หลังจากขาดทุนไปเยอะเมื่อปีก่อน แนะนำหุ้น CPF สำหรับทั้งเล่นสั้นและถือยาว

นักลงทุนระยะยาว : EA (26), SCC (630)

EA (26) ได้ปัจจัยบวกจากทั้งโครงการพลังงานลมใหม่คือหาดกังหัน 1-3 ที่จะพร้อมจ่ายไฟในปีนี้จำนวน 3 โครงการและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 90MW จังหวัดพิษณุโลกที่จะเริ่มจ่ายไฟได้เช่นกัน ช่วยทำให้กำไรโดยรวมโตไม่ต่ำกว่า 50% ในปีนี้ แนะนำซื้อใกล้ๆ20.50 ราคาเป้าหมาย 26 บาท

SCC (630) ผลิตภัณฑ์ olefins ยังคงมี demand แข็งแกร่งทำให้มี spread สูงใกล้เคียง 700 ดอลล่าห์ต่อตันในปีนี้ ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 400 ดอลล่าห์ต่อตันในปีที่แล้ว นอกจากนี้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นหลัง Chandra Asri Cracker ในอินโดนีเซียเสร็จสิ้นกระบวนการปรับปรุงระบบการผลิตในปีนี้ ประกอบกับเราคาด demand ปูนซีเมนต์จะเติบโต 3-4% yoy ปีนี้เทียบกับ 0% ในปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐโดยตรง บวกกับโรงปูนใหม่ที่กัมพูชาและอินโดนีเซียจะช่วยดันยอดขายและกำไรให้โตไม่ต่ำ 17% ในปีนี้อีกด้วย


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" ลั่นแพคเกจอาเซียนคอนเน็กต้องเห็นเป็นรูปธรรมภายใน พ.ค.นี้ ดึงทุกภาคส่วนทั้งอุตฯท่องเที่ยว-สายการบินเปิดรูทเชื่อมซีแอลเอ็มวีลดเสี่ยงพึ่งตลาดใดมากเกินไป เร่งดันท่องเที่ยวหนุนเศรษฐกิจ สั่ง ททท.ถกสายการบิน เปิดเส้นทางบินเชื่อมเพื่อนบ้าน ระบุคลังเตรียมต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีหนุนท่องเที่ยว ขณะ ททท.คาดกลางปีเปิดเส้นทางใหม่ "อาเซียนคอนเน็ค"

- ส.อ.ท. ระบุ ยอดผลิตรถยนต์ ม.ค. ร่วง 11% ยอดขายในประเทศลด 13% ส่วนส่งออกโตเพิ่ม 1.3% ยังมั่นใจถึงเป้าทั้งปี 2 ล้านคัน พร้อมเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย ม.ค.ลดลงครั้งแรกรอบ 5 เดือน กังวลหลายปัจจัยกระทบเศรษฐกิจทั้งในประเทศ ต่างประเทศ แก้ปัญหาภัยแล้งยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม แนะเตรียมดึงนักลงทุนชิ่งจากจีนมาไทย มองจีดีพีโต 3-3.5% ด้าน "สรรพสามิต" เกาะติดยอดขายรถยนต์หลังเดือน ก.พ.ส่อเค้าชะลอตัวด้านผู้จำหน่ายชี้ ตลาดรถไทยอยู่ในช่วงขาลงยาว 2 ปี

+ นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าการจัดเก็บรายได้ของกรมในปีงบประมาณ 2559 จะทำได้สูงกว่า 5 แสนล้านบาท จากเป้าหมายที่ 4.96 แสนล้านบาท เนื่องจากผลดีจากการปรับขึ้นภาษียาสูบในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งยังมีปัจจัยเสริมจากรายได้ภาษีน้ำมัน ภาษีรถยนต์ และภาษีบาปต่างๆ ที่มีทิศทางการจัดเก็บดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจด้วย เล็งขึ้นอีก คาด 10 ปีเก็บภาษีได้ 8 แสนล้าน

+ สมาคมประกันชีวิตหวังแรงส่งจีดีพีปีนี้โต 3.7% หนุนเบี้ยรับรวมโต 9% แตะ 585,700 ล้าน จากปีก่อนพลาดโต 6.7% ต่ำเป้าเล็กน้อย เหตุมรสุมเศรษฐกิจรุมเร้า ย้ำช่วงครึ่งแรกปีนี้ จับสัญญาณฉุดกำลังซื้อใกล้ชิดก่อนทบทวนอีกครั้งกลางปี ลุ้นอัตราคงอยู่กรมธรรม์ที่ 83% เท่าปีก่อน ขณะเดียวกันในปีนี้สมาคมฯ เดินหน้าผนึกภาคีภาครัฐและเอกชนวาดพิมพ์เขียว ดันตลาดประกันรองรับนโยบายสุขภาพและเออีซีให้เป็นรูปธรรม

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,453.83 จุด พุ่งขึ้น 257.42 จุด หรือ +1.59%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นเมื่อคืนนี้ (17 ก.พ.) ทำสถิติปิดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งติดต่อกัน 3 วันทำการ โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้ตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพื่อพยุงราคาน้ำมันให้มีเสถียรภาพ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในเดือนม.ค.

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่งขึ้น 168.15 จุด หรือ +2.87% ที่ระดับ 6,030.32 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (17 ก.พ.) เพราะได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเมืองแร่ ขานรับข่าวที่ว่า อิหร่านได้ตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพื่อพยุงราคาน้ำมันให้มีเสถียรภาพ

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 218.07 จุด หรือ 1.36% แตะที่ 15,836.36 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงกว่า 200 จุด เนื่องจากการแข็งค่าของเงินเยนได้ฉุดหุ้นกลุ่มส่งออกร่วงลง นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ด้วย

- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มี.ค.ปิดพุ่งขึ้น 1.62 ดอลลาร์ หรือ 5.6% แตะที่ระดับ 30.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ปีนี้ ขานรับข่าวที่ว่า อิหร่าน

ได้ตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพื่อพยุงราคาน้ำมันให้มีเสถียรภาพ นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้รับปัจจัยหนุนหลังจากสหรัฐเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในเดือนม.ค.