วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอ็กซิมฯ'หนุนเอสเอ็มอีเปิดตลาดใหม่

“เอ็กซิมแบงก์”ออกสินเชื่อใหม่วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท หั่นดอกเบี้ยเหลือ 3.99% หนุนผู้ประกอบการรายย่อยเปิดตลาดส่งออกใหม่

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า  ธนาคารออกสินเชื่อพิเศษ คือ สินเชื่อส่งออกทวีค่า เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการส่งออกขนาดกลางและขนาดเล็กทั้งในช่วงก่อนและหลังการส่งออก ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3.99% ในแรก วงเงินต่อรายสูงสุด 20 ล้านบาท 

พร้อมแถมประกันการส่งออก ซึ่งจะได้รับการชดเชยความเสียหายจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยได้รับยกเว้นค่าวิเคราะห์ผู้ซื้อและค่าเบี้ยประกัน  ในวงเงินการรับประกันสูงสุด 5 ล้านบาท มีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเก่าที่มีการส่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือเปิดตลาดใหม่  ไม่สามารถนำมารีไฟแนนซ์หนี้เดิมได้ 

ทั้งนี้ได้กำหนดวงเงินสินเชื่อไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท แยกเป็นสินเชื่อส่งออกทวีค่าจำนวน 1 หมื่นล้านบาท และบริการรับซื้อตั๋วส่งออกทวีค่าอีก 5 พันล้านบาท คาดว่าสินเชื่อจะครบวงเงินภายในเดือน มิ.ย.นี้ และจะมีส่วนสนับสนุนให้เกิดการส่งออกเพิ่มขึ้น 1,668 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ  5.8 หมื่นล้านบาท (35บาทต่อดอลลาร์) มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ยังมีเงินทุนไม่เพียงพอ ไม่มั่นใจที่จะเริ่มธุรกิจส่งออก

จากการสำรวจเบื้องต้น ผู้ประกอบการมีความต้องการสินเชื่อแล้วประมาณ 2 พันล้านบาท แสดงให้เห็นว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศจะผันผวน กระทบต่อการส่งออกทั้งในสหรัฐ และยุโรป แต่ในบางประเทศยังมีโอกาสอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มซีแอลเอ็มวี  ซึ่งการส่งออกมีโอกาสเติบโตสูง  และจะมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศได้ เพราะการส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 

“อัตราดอกเบี้ยพิเศษ จะช่วยทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการลดลง ทำให้มีโอกาสมากขึ้น ยืนยันว่า การปรับลดดอกเบี้ยนี้ เป็นโปรโมชั่นการคืนกำไรให้ลูกค้าเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 22 ปีของธนาคาร ไม่ใช่การอุดหนุน หรือทุ่มตลาดการส่งออก” 

นายเขมทัศน์ สายเชื้อ รักษาการกรรมการผู้จัดการ เอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ธนาคารประเมินการส่งออกในปีนี้มีการเติบโตประมาณ 5% ตามการประเมินของกระทรวงพาณิชย์   โดยในการเปิดตลาดใหม่ของผู้ประกอบการยอมรับว่ามีความเสี่ยง แต่ธนาคารจะมีการช่วยให้คำแนะนำ ประเมินความน่าเชื่อถือของคู่ค้า  พร้อมมีการทำประกันการส่งออกให้ 

"ธนาคารยืนยันว่าการลดดอกเบี้ยไม่ใช่การทุ่มตลาดส่งออก และพร้อมจะชี้แจงต่อทางองค์การการค้าโลก (WTO) หากมีการสอบถามข้อมูลมา เพราะเป็นดอกเบี้ย4%ก็มีการออกในตลาดอยู่แล้ว  อีกทั้งเรายังใช้เงินทุนของธนาคารเอง เป็นต้นทุนของธนาคารเอง ไม่ได้มีการขอซอฟท์โลนมาทำ" 

สำหรับสถานการณ์การส่งออกล่าสุด ไม่ได้มีสัญญาณในทางลบ ทั้งเรื่องการเคลมประกันการส่งออก ซึ่งจะสะท้อนการผิดนัดชำระค่าสินค้าของคู่ค้า รวมถึงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็ได้เตือนให้ลูกค้าระมัดระวังความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ปัจจุบันเงินบาทจะอ่อนค่า แต่แนวโน้มมีความผันผวน จากนโยบายการเงินและเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการทำคิวอีในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก