วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ก.ล.ต.'อนุมัติไฟลิ่งหุ้น 'GTB' 240ล้านหุ้น

"ก.ล.ต." อนุมัติแบบไฟลิ่งและแบบอนุมัติคำขอกระจายหุ้น "บมจ.เจตาแบค" 240 ล้านหุ้น

นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด "APM" ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า หลังจากที่ บริษัท เจตาแบค จำกัด(มหาชน) "GTB" ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (แบบไฟลิ่ง) และยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ล่าสุดสำนักงาน ก.ล.ต.ได้อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ.เจตาแบค เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดช่วงเวลาการเสนอขายหุ้น IPO กลางเดือนมีนาคม และกำหนดวันเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอภายในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ ในวันที่ 2 มีนาคม 2559 บริษัทจะนำเสนอข้อมูลหลักทรัพย์แก่นักลงทุนกรุงเทพมหานคร ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นจังหวัดสุดท้ายจากทั้งหมด 10 จังหวัดตามแผนของบริษัท

ทั้งนี้ บมจ.เจตาแบค ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต.เพื่อขอเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 240,000,000 หุ้นคิดเป็นร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนบริษัทจะมีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 240 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.25 บาท

ด้านนายสุชาติ มงคลอารีย์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจตาแบค หรือ GTB ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกำเนิดไอน้ำ (Steam Boiler) ระบบเผาไหม้ (Combustion Engineering) งานวิศวกรรมพลังงานความร้อน (Thermal Energy Engineering) อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และงานบริการเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดไอน้ำ กล่าวว่า บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่จากการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น และช่วยให้บริษัทสามารถขยายกำลังการผลิตเพื่อต่อยอดโอกาสจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศได้มากขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะประเทศในแถบ AEC ประเทศจีน และเอเชียใต้ที่ยังมีความต้องการจำนวนมากแล้ว และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการขยายโอกาสในอนาคตรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว ตอกย้ำความเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกำเนิดไอน้ำชั้นนำของประเทศ

สำหรับในปี 2558 ที่ผ่านมาบริษัทมีผลการดำเนินงานเติบโตตามแผนงานที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทั้งนี้ ในปี 2557 บริษัทมีรายได้รวม 962.29 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% ขณะที่ในปี2559บริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน(AEC) อาทิ ประเทศเมียนมาร์ ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงประเทศปากีสถาน ประเทศบังคลาเทศ ที่บริษัทได้วางแผนขยายโอกาสและการเติบโตไว้