วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งในกรอบ 1300-1315

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งในกรอบ 1300-1315

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบจำกัด โดยแรงกดดันมาจากตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐที่ออกมาอยู่ที่ 4.9% ต่ำสุดในรอบ 7 ปี ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้อีกรอบ ประกอบกับราคาน้ำมันยังไม่ฟื้นตัวดีและความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนยังมีอยู่ วันนี้จึงน่าจะเห็นตลาดย่อตัวอาจทดสอบแนวรับ 1300 จุด

แนวรับ/แนวต้าน : 1300/1320 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานต้นน้ำและสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : CI (2.80), BR (8)

CI (2.80) โดยเราคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการตั้งกอง REIT โครงการศรีพันวามูลค่า 1 พัน 4 ร้อยล้านบาท และมีรายได้และกำไรโตก้าวกระโดดในไตรมาส 4 ปี 58และไตรมาส 1 ปี 59 รวมไปถึงทั้งปี 59 จากการโอนคอนโดและโครงการบ้านเดี่ยวตามนโยบายกระตุ้นการโอนของรัฐบาลในปีนี้

BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ gross margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ เจ้าสัวเจริญ ทุ่ม "แสนล้าน" ฮุบ 685 สาขา "บิ๊กซี" ในไทย ต่อยอดอาณาจักรธุรกิจ 4 แสนล้าน ดันรายได้เพิ่มเป็น 5 แสนล้านบาท สายฝันรุกธุรกิจปลายน้ำ สู่ธุรกิจครบวงจรกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม หลังฮุบ "เอฟแอนด์เอ็น" ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่เมื่อปี 2556

+ นางสุรีรัตน์ ลักนานิตย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ (ธปท.) จ.สงขลา เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ในปี 2558 โดยรวมขยายตัวจากปี 2557 เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต 23.5% ผลพวงจากความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว หลังจากการเมืองไทยมีเสถียรภาพ

- ทุนจีนบุกไทยไม่หยุดจากท่องเที่ยวลามผลไม้ส่งออก แห่ผุดโกดัง "ล้ง" รับซื้อ "ทุเรียน-มังคุด-ลำไย" ถึงหน้าสวน พ่อค้า-ชาวสวนจี้รัฐแก้ปัญหาด่วนก่อนหมดอาชีพ พาณิชย์ดันผลไม้ 3 ชนิดเข้ารายการสินค้าควบคุม ด้าน "กอบกาญจน์" ดึง DSI-สรรพากร สอบนอมินีท่องเที่ยวนำร่อง "ภูเก็ต-พัทยา-เชียงใหม่"

+ แบงก์ออมสินลุยตลาดบัตรเครดิต ปูพรมรับสมัครตัวแทนขายทั้ง "นิติบุคคล-ทีมขายอิสระ" ดีเดย์เปิดตัว 16 มี.ค.นี้ เร่งปั๊ม ยอดปีแรก 2 แสนใบ หวังเจาะฐานลูกค้ารายย่อย 20 ล้านราย การันตีสิทธิประโยชน์ไม่แพ้คู่แข่ง เล็งเพิ่มสิทธิประโยชน์ทุกเดือน ชูจุดแข็งคอนเน็กชั่นต่างจังหวัด "กรุงศรี-KTC" ไม่หวั่น

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วง 211.61 จุด หรือ 1.29% ปิดที่ 16,204.97 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (5 ก.พ.) หลังจากตลาดประเมินว่าข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐแสดงให้เห็นถึงภาพรวมที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับตลาดแรงงานสหรัฐ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่อ่อนแรง

- ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 50.70 จุด หรือ 0.86% ที่ 5,848.06 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ (5 ก.พ.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองนำตลาดร่วงลง

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 225.40 จุด หรือ 1.32% แตะที่ 16,819.59 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงกว่า 200 จุดในวันนี้ โดยตลาดปรับตัวลงติดต่อกัน 4 วันทำการ เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน อันเนื่องมาจากกระแสคาดการณ์ที่เริ่มแผ่วลงเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มี.ค.ปิดร่วงลง 83 เซนต์ หรือ 2.6% แตะที่ 30.89 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงต่อเนื่องเมื่อวันศุกร์ (5 ก.พ.) เนื่องจากตลาดยังคงคาดว่าปริมาณน้ำมันในตลาดโลกจะสูงเกินความต้องการ