วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (8 ก.พ.59)

เต็มไปด้วยปัจจัยลบ

คาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้ หลังจากรายงานการว่าจ้างงานของสหรัฐออกมาทั้งดีและไม่ดี แต่ตลาดอ่านว่าออกไปในทางสนับสนุนให้ Fed ขึ้นดอกเบี้ย จึงทำให้หุ้นสหรัฐถูกเทขายเมื่อวันศุกร์ ราคาน้ำมันกลับมาร่วงลงอีก แม้มีข่าวว่าซาอุดิอาระเบียเริ่มคุยกับทั้งสมาชิก OPEC และประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอก OPEC เพื่อหาทางลดการผลิตน้ำมัน ปริมาณซื้อขายหุ้นวันนี้น่าจะเบาบางทั่วเอเชีย ด้วยมีหลายตลาดปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ปัจจัยภายในประเทศเป็นลบ ทั้งความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าและร่างรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาขัดแย้งบางประเด็นที่อาจนำไปสู่การคว่ำทั้งร่าง

หุ้นเด่นวันนี้: SAWAD (ราคาปิด 48.50 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 59 ของ AWS 55.00 บาท)

บมจ. ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 คาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในทางตรงกันข้ามกับภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง นั่นเป็นเพราะว่าบริษัทตั้งเป้าที่จะจับกลุ่มลูกค้าที่อยู่นอกระบบที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารพาณิชย์ได้ ทำให้มีโอกาสขนาดใหญ่จากตลาดที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์นี้ และในเมื่อเร็วๆนี้ SAWAD ได้จับมือกับพรอมิส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายบุคคล ทาง SAWAD จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ของพรอมิสผ่านทางสาขาของบริษัทโดยเก็บค่าธรรมเนียม ในปัจจุบันมีการให้บริการดังกล่าวในแค่สาขาภาคใต้ แต่บริษัทหวังจะขยายการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 59 นอกจากนี้บริษัทยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 2,000 สาขาภายในปี 59 จากปัจจุบัน 1,610 สาขา อีกทั้ง SAWAD คาดที่จะลงทุนในประเทศเวียดนาม แต่แผนการลงทุนนี้ยังอยู่ในขั้นต้น เราประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 3 ปีแบบสะสม (CAGR) อยู่ที่ 38% ระหว่างปี 2557-2560 อิงจากการเติบโตของสินเชื่อที่สูงมากและจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว Price Pattern ของ SAWAD ได้กลับมาเกิดความแข็งแกร่งครั้งใหม่ หลังจากที่ได้แกว่งตัวในลักษณะ Sideways มาระยะหนึ่ง โดยการปิดตลาดของ SAWAD ในรายสัปดาห์ที่ 48.50 บาท ได้ทำให้ Price Pattern ของ SAWAD ได้กลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่แล้ว จึงทำให้ Price Pattern ของ SAWAD เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ครั้งใหม่จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal ทั้งนี้เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ SAWAD ยังได้บ่งบอกว่าจะได้เห็นการทำ New High ครั้งใหม่อีกด้วย โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 49.25 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 50.75 บาท โดยมีจุด Stop Loss ในรอบนี้อยู่ที่ 42.75 บาท (Resistance: 49.00, 49.50, 50.25; Support: 48.00, 47.25, 46.75)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจยังเชื่องช้า ท่ามกลางกลุ่มนโยบายชุดแรกที่ออกมาเมื่อต้นเดือน ก.ย. ได้แก่ การกระจายเม็ดเงิน 3.63 หมื่นลบ. ให้ 7,255 ตำบล ตำบลล่ะ 5 ลบ. ยังมีการดำเนินงานที่เชื่องช้า โดยมีหลักฐานเพียง 6.8% ของงบประมาณทั้งหมด 2.49 พันลบ.ที่ถูกเบิกแล้ว ณ วันที่ 29 ม.ค. โดยการเบิกจ่ายที่ล่าช้าเป็นผลจากรัฐบาลได้ขยายเวลาของโครงการจากเดือน ธ.ค. 58 เป็น มี.ค.59 (Bangkok Post)

• แผนการจัดตั้งวุฒิสภาอาจนำมาซึ่งข้อขัดแย้งใหม่ จากแหล่งข่าวของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่จะเสนอให้ร่างวิธีการแต่งตั้งวุฒิสภาเตรียมไว้ล่วงหน้าในระหว่างการประชุมของสภาขับเคลื่อนสองวันนับจากวันนี้ ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยวาระซ่อนเร้นหลังข้อเสนอดังกล่าวยังเป็นที่สงสัยและอาจมีผลให้ประชาชนโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งจะทำให้ยังคงต้องมีรัฐบาลทหารต่อไป (Bangkok Post)

• BIGC (227 บ.) ประกาศว่ากลุ่มคาสิโน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทได้ขายหุ้นจำนวน 58.6% คิดเป็นมูลค่า 3.1 พันล้านยูโร (1.21 แสนลบ.) แก่กลุ่มทีซีซี หรือราคาหุ้นล่ะ 252.88 บาท การขายเงินลงทุนดังกล่าวจะทำให้คาสิโนสามารถลดภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูงซึ่งรวมถึงภาระหนี้ของ BIGC ด้วย คาดว่ารายการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นเดือนปลายเดือน มี.ค. (SET, รายงานของบริษัท)ความเห็น: ดีลได้บอกเป็นนัยว่ายอดขายปี 58 จะอยู่ที่ 1.7 เท่าและ EBITDA 12 เดือนอยู่ที่ 16 เท่า

• KBANK (169 บาท ราคาเป้าหมาย 205 บาท) โล่ง TRUE (6.45 บาท) เพิ่มทุนทำให้ค้ำประกันง่ายขึ้นสำหรับการจ่ายค่างวดใบอนุญาต โดยธนาคารเชื่อว่าธุรกิจมือถือยังไปได้ โดยวงเงินกู้โครงการ 4จีจะนำเสนอคณะกรรมการธนาคารเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าทาง JAS (2.90 บาท) ยังไม่ได้ติดต่อมายังธนาคารไม่ว่าช่องทางใด (Post Today)

• PTT (242.00 บ.) กำลังศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจของตลาดค้าปลีก LPG ในประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เพื่อที่จะขยายธุรกิจ LPG ของบริษัทฯ เข้าไปยังประเทศเพื่อบ้านเหล่านี้ หลังจากที่ความต้องการใช้ LPG ในประเทศค่อนข้างอิ่มตัวและเริ่มชะลอตัวลง (Bangkok Post)

ต่างประเทศ

• รายงานตัวเลขการจ้างงานออกมาในเชิงควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. ที่อ่อนแอแต่อัตราค่าจ้างอันแข็งแกร่งและจำนวนผู้ว่างงานที่ลดลงบ่งชี้ว่าไม่น่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น (Reuters)

• ความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียเหนือเพิ่มขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ยิงจรวดระยะไกลบรรทุกสิ่งที่เกาหลีเหนือเรียกว่าดาวเทียมซึ่งนานาประเทศต่างรุมประณามในการกระทำครั้งนี้ (Reuters)

• ความพยายามในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน นายอาลี อัล-ไนมี รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของซาอุดิอาระเบียหารือถึงการร่วมมือกันระหว่างสมาชิกโอเปกกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่น ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันกับเวเนซุเอลาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐดีดปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เมื่อวันศุกร์ หลังจากมีข้อมูลค่าจ้างสหรัฐในเดือนม.ค. ที่เพิ่มขึ้น เป็นการชี้ว่าจะมีภาวะเงินเฟ้อมากขึ้นและลดความหวังว่าเฟดจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเลยในปีนี้ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแตะระดับสูงสุดที่ 97.265 จุดหลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 สัปดาห์ที่ 96.259 จุดเมื่อวันพฤหัส (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดวอลล์สตรีทปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ จากรายงานการจ้างงานสหรัฐทำให้เกิดภาพตลาดแรงงานแบบผสมผสาน ซึ่งทำให้นักลงทุนมองว่ามีโอกาสในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประมาณการยอดขายที่ตกต่ำของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และราคาน้ำมันที่ร่วงลงยิ่งเพิ่มแนวโน้มไปในเชิงลบ (Reuters)

• ข้อมูลตลาดแรงงานแบบผสมผสาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 151,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการที่ 190,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.9% ต่ำสุดนับแต่เดือนก.พ. 2008 และค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.5% เทียบกับนักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ที่ 0.3% การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานมีความก้าวหน้าเป็นไปตามแผน (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันศุกร์ยังคงปรับตัวลดลงโดยเฉพาะในช่วงท้ายของการซื้อขายหลังจากที่ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ได้ประกาศออกมาสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับตลาดต่อความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มปีนี้ (Reuters)


เอเชีย:

• ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ในวันนี้ล้วนปิดทำการซื้อขายเนื่องในวันตรุษจีนขณะที่ตลาดหุ้นจีนจะปิดทำการซื้อขายตลอดสัปดาห์นี้ (Reuters)

• ทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สามในเดือน ม.ค. หลังจากที่ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารกลางจีน (PBOC) นำมาใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับค่าเงินหยวนและป้องกันเงินทุนไหลออก โดยทุนสำรองระหว่างประเทศลดลง 9.95 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ มาอยู่ที่ 3.23 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2555 แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะลดลงเหลือ 3.20 ล้านล้านดอลลาร์ฯ (Reuters)

• ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดญี่ปุ่นเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 9.607 แสนล้านเยน (8.2 พันล้านดอลลาร์ฯ) และเกินดุลเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน แม้จะน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 9.87 แสนล้านเยนก็ตาม (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• น้ำมันดิบปิดต่ำลงวันศุกร์ หักล้างการเป็นบวกในช่วง 2 สัปดาห์ เพราะการตื่นตัวเก็งกำไรดีลระหว่างผู้ผลิตน้ำมันขัดแย้งกัน โดยยังมีความกังวลว่าอุปทานจะล้นเกิน Brent ส่งมอบ เม.ย. ปรับลง 40เซนต์ (-1.2%) ปิด 34.06 ดอลลาร์ น้ำมันดิบสหรัฐปรับลง 83 เซนต์ (-2.6%) ปิดที่ 30.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองพุ่งแตะระดับสูงสุดรอบ 3 เดือนท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนวันศุกร์ จากรายงานตัวเลขจ้างงานสหรัฐที่ออกมาทั้งบวกและลบทำให้นักลงทุนมาประเมินแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐใหม่ปีนี้ ทำให้ทองแท่งยังอยู่ในแนวโน้มแข็งแกร่งรายสัปดาห์ในช่วงเวลากว่า 1 ปี ราคาทองคำตลาดจรขึ้นไปช่วงแรกแต่ก็หล่นลงมาแตะจุดต่ำสุด 1,144.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบ เม.ย. ปรับขึ้น 20 เซนต์ อยู่ที่ 1,157.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)