วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอดีบี'ทุ่ม3.5ล้านดอลล์ ช่วยไทยแก้น้ำท่วม

สบน.ลงนามรับความช่วยเหลือจาก "ธนาคารพัฒนาเอเชีย-สถานทูตญี่ปุ่น" วงเงิน 3.5 ล้านดอลลาร์ ใช้รับมือกับภัยพิบัติลุ่มน้ำเจ้าพระยา

นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.ได้ลงนามการรับความช่วยเหลือระหว่างรัฐบาลไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ผ่านการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า วงเงินรวมทั้งสิ้น 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำไปรับมือกับภัยพิบัติลุ่มน้ำเจ้าพระยา ด้วยการบริหารความเสี่ยงตามชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และความช่วยเหลือทางวิชาการโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน ถือว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอย่างมาก

ทั้งนี้ ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าในโครงการรับมือกับภัยพิบัติลุ่มน้ำเจ้าพระยา คิดเป็นวงเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานบริหารโครงการ เพื่อจัดทำแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนและส่งเสริมการป้องกันการเกิดอุทกภัย เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กในชุมชนนำร่อง 5 พื้นที่ โดยจะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่เพื่อกำหนดความเสี่ยง แผนปฏิบัติการ รวมถึงการวิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงและความรุนแรงที่เกิดจากอุทกภัยและจัดทำมาตรการลดความเสี่ยงของชุมชน

ขณะที่ความช่วยเหลือทางวิชาการ โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน คิดเป็นวงเงิน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นหน่วยงานบริหารโครงการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินของภาคครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ครอบคลุมการจัดทำยุทธศาสตร์การดำเนินงานของธนาคารรัฐ การจัดตั้งธุรกิจประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย การกำหนดหลักเกณฑ์และการกำกับดูแลสหกรณ์ รวมทั้งการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือการเข้าถึงบริการทางการเงิน

นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดี ปภ. กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มทักษะและการให้ความช่วยเหลือที่เข้าถึงกับประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยมากขึ้น เพราะปัจจุบันงบประมาณที่ ปภ. มี ยังมีขอบเขตการใช้จ่ายค่อนข้างจำกัด และไม่มากนัก แต่เมื่อได้การสนับสนุนในส่วนนี้มาจะยิ่งทำให้การให้ความช่วยเหลือประชาชน และการให้ความรู้ต่าง ๆ มีการเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น โดยงบสนับสนุนในส่วนนี้เองจะเอามาใช้ในส่วนของโครงสร้าง เช่น การสร้างคันดิน คันตลิ่ง โดยจะพิจารณาตามสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมที่สุด หลัก ๆ คงเป็นพื้นที่ในแทบลุ่มแม่น้ำเจ้าประยา