กำไรไตรมาส 3/59 สูงกว่าคาดเล็กน้อย
กำไรไตรมาส 3/59 ดีกว่าที่เราคาด 7% จากยอดขายที่ดีขึ้น
STANLY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/59 (ต.ค.-ธ.ค. 2558) ที่ 262 ล้านบาท ลดลง 25% YoY และ 41% QoQ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่เราคาด 7% บริษัทรายงานยอดขายดีกว่าที่เราคาด 2% ทั้งนี้ ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2559 เติบโต 12% YoY ที่ 885 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 78% ของที่เราประมาณการที่ 1,140 ล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้เพิ่มขึ้น 9% YoY และ 2% QoQ ที่ 2.6 พันล้านบาท (เราคาดยอดขายอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสที่ผ่านมา) การเติบโต YoY หนุนจากคำสั่งซื้อใหม่จากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ จากโตโยต้า(ฟอร์จูนเนอร์รุ่นใหม่), นิสสัน(นาวาร่ารุ่นใหม่), ฮอนด้า(แอคคอร์ดและซูมเมอร์รุ่นใหม่)และมิตซูบิชิ(ปาเจโรสปอร์ตและไทรทันรุ่นใหม่) ทั้งนี้ ยอดผลิตรถยนต์ในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. 2558 อยู่ที่ประมาณ 4.81 แสนคัน ลดลง 3.1% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 2.1% YoY อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16.5% ในไตรมาส 3/59 จาก 15.7% ในไตรมาสก่อนหน้า (แต่ลดลงจาก 18.5% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า(จากการเพิ่มขึ้นของ OPEX สำหรับการลงทุนในโมเดลรถยนต์ใหม่ดังกล่าวข้างต้น))
แนวโน้ม
เราคาด บริษัทรายงานผลประกอบการหลักเพิ่มขึ้น QoQ ในไตรมาส 4/59 (มค.-มี.ค. 2559) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น YoY จากการควบคุมต้นทุนในการสร้างโมเดลรถยนต์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมไทย(สอท.) คาดยอดผลิตรถยนต์ปี 2559 ของไทยอยู่ที่ 1.95 ล้านคันเพิ่มขึ้น 2% YoY หลังจากเพิ่มขึ้น 2% ในปี 2558
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการปี 2559 และ 2560 ไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เราคาดอุตสาหกรรมรถยนต์จะฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2559 ดังนั้น ยอดสั่งซื้อของบริษัทน่าจะแข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (จากนิสสัน, มิตซูบิชิและฮอนด้า) ในช่วงปลายไตรมาส 3/60 (ต.ค. 2559-ธ.ค. 2559) เป็นต้นไป เราคาดคำสั่งซื้อใหม่น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของยอดขาย 8% ในปี 2560 (เม.ย. 2559-มี.ค. 2560) ซึ่งจะหนุนให้กำไรเติบโต 12% จากการประหยัดจากขนาดที่มากขึ้น เรายังคงคำแนนำ ซื้อ สำหรับ STANLY









