วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งในกรอบ 1270-1290

เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และแบงก์ ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA :  แกว่งในกรอบ 1270-1290

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มผันผวนกรอบแคบด้วยปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นได้บ้างชั่วคราว แต่ปัจจัยกดดันคือ ข้อความจากเฟดที่ยังคงกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนและโลกจนส่งผลให้ดาวน์โจนส์ปิดเป็นลบไป ช่วงนี้แนะนำเล่นสั้น ทยอยขายทำกำไรบ้างหากดัชนีเข้าใกล้ 1300 จุด เพื่อรอรับใหม่เมื่อดัชนีย่อลง

แนวรับ/แนวต้าน : 1260/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และแบงก์ ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานและสื่อสารไปก่อน

นักลงทุนระยะสั้น : KTB (19), COM7 (7)

KTB (19) แม้ earning จะโตไม่มากปีนี้ แต่ sentiment จากการประมูลโครงการรัฐจะเข้ามาช่วย นอกจากนี้การปรับปรุงระบบภายใน เช่น การลดต้นทุนและอนุมัติสินเชื่อที่ดีขึ้น ตลอดจนระบบทวงหนี้ที่ทำงานได้ดีมากขึ้น ก็ช่วยให้แบงก์ KTB มีอนาคตไกล บวกกับปันผลสูงใกล้ๆ 5.5% และปัญหาหนี้เสีย SSI ก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้วด้วย ถือว่าน่าเก็บสะสม KTB ได้ เพื่อเล่นสั้นหรือถือยาว

COM7 (7) บริษัทคอมเซเว่นประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีโดยมีช่องทางร้านขายปลีกหลายช่องทางในศูนย์การค้าต่างๆเช่น ร้าน Banana mobile, Banana IT, Samsung shop, iBeat, U store, และ icare โดยบริษัทพึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว Com7 เป็นอีกหนึ่งหุ้นพื้นฐานดีที่น่าสนใจโดยในปี 59 บริษัทน่าจะสามารถขยายสาขาได้ตามแผนคือ 20 สาขาใหม่ ทำให้รายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% หรือมาอยู่ที่ 7 พันล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าปี 58 ที่ผ่านมาที่รายได้โตเพียงเล็กน้อยและอัตรากำไรสุทธิก็จะดีขึ้นในปี 59 คืออยู่ที่ประมาณ 2% จาก 1.5% ในปี 58 เพราะจะมีการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นประกอบกับในปี 59 นอกจากจะขยายธุรกิจค้าปลีกแล้ว ยังมีแผนทำธุรกิจใหม่ เช่น การให้บริการลูกค้าองค์กร, การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น, และการให้บริการสมัครแพ็คเกจ 4G ของค่ายมือถือต่างๆ ส่วนในระยะยาวยังมีลุ้น story ดีๆ เช่น การขยายธุรกิจไปลงทุนที่ประเทศเวียดนามและพม่า ซึ่งได้มีการเจรจากับพันธมิตรมาสักพักแล้วและน่าจะเห็นข้อสรุปได้ชัดเจนมากขึ้นในปี 59 นี้ สำหรับเป้าหมายราคาหุ้นทาง UOBKH เราให้ไว้ที่ 7 บาท upside ประมาณ 8% จากราคาปัจจุบัน แนะนำทยอยเก็บสะสมหรือเล่นสั้นได้

นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)

SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC

CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ 21 หน่วยงาน "รัฐ-เอกชน-ชุมชน" ร่วมคณะทำงานประชารัฐท่องเที่ยว ลงนามหนุนจัดประชุมสัมมนาในประเทศ ดึง 7 หมื่นองค์กรจัดทริปในไทย ผลักดันรายได้ท่องเที่ยวในประเทศ ชดเชยส่งออก ตั้งเป้าสร้างรายได้เพิ่ม 5-10% ดันเงินสะพัดไทยเที่ยวไทยปีนี้ แตะ 8.9-9.3 แสนล้าน เชื่อสร้างรายได้หมุนเวียนชุมชน 5 เท่า ขณะที่มาสเตอร์การ์ดเผยไทยจุดท่องเที่ยวอันดับ 1 เอเชียแปซิฟิก ทางด้านนายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนเตรียมเช่าเครื่องบินแบบเหมาลำ โดยบินตรงมายังท่าอากาศยานเชียงใหม่จำนวน 30 เที่ยวบิน เพื่อเที่ยวงานตรุษจีน หรือไชน่าทาวน์เชียงใหม่ 2016 โดยเฉพาะ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ก.พ.นี้ บริเวณตรอกเหล่าโจ้ว-ถนนวิชยานนท์ และถนนช้างม่อย คาดเงินสะพัดพันล้าน

+ บอร์ดพีพีพี เตรียมประกาศระเบียบร่วมลงทุนภาครัฐ-เอกชนใหม่ พร้อมสั่งเร่งรถไฟความเร็วสูง "กทม.-ระยอง" มูลค่า 1.52 แสนล้าน เข้า "พีพีพี ฟาสต์แทรค" คาดเสนอ ครม.เดือน มี.ค.นี้ ขณะคมนาคมเตรียมเสนอเพิ่มอีกเส้นทาง "กทม.-หัวหิน" ชี้มีศักยภาพ

+ แบงก์ชี้ยอดปฏิเสธ "สินเชื่อบ้าน" เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคาต่ำ "กสิกรไทย" เผยยอดปฏิเสธขยับเท่าอนุมัติที่ 50:50 เสนอรัฐเสริมมาตรการอุ้มคนสร้างบ้าน "ทิสโก้" ผนึก บตท. รุกสินเชื่อบ้าน คุมหนี้เสียไม่เกิน 2-3% ด้าน"คลัง" หารือร่วม 3 สมาคมฯภาคธุรกิจอสังหาฯ และ 2 แบงก์รัฐ เร่งศึกษา-สรุปแพ็คเกจ บ้านคนมีรายได้น้อย

- นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะอยู่ในภาวะที่เติบโตได้ แต่ต้องเผชิญความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับลดการคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงจาก 3.6% เหลือ 3.4% คลังยอมรับต้องลดเป้าจีดีพีปีนี้ลงจาก 3.8% หลังไอเอ็มเอฟหดการโตเศรษฐกิจโลก

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 15,944.46 จุด ร่วงลง 222.77 จุด หรือ -1.38%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงความกังวลว่า ความผันผวนในตลาดการเงินอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยในการประชุมเฟดครั้งล่าสุดซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวขึ้น 78.91 จุด หรือ 1.33% ที่ระดับ 5,990.37 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น

+ ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้น 455.02 จุด หรือ +2.72% ปิดที่ 17,163.92 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดทะยานขึ้นกว่า 450 จุด เพราะได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 85 เซนต์ หรือ 2.7% ปิดที่ 32.33 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ที่ระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งข่าวที่ว่าบริษัทพลังงานของรัสเซียเตรียมเจรจาเพื่อปรับลดกำลังการผลิตร่วมกับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และซาอุดิอาระเบีย