ปีนี้เหนื่อย--ปรับลดประมาณการกำไร
ประเด็นการลงทุน
จากมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายระดับค่อนข้างต่ำ โดยปัจจุบันซื้อขายกันที่ PER ปี 2559 ที่ 6.8 เท่า (ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี) ทำให้เราคิดว่าจะทำให้ราคาหุ้นไม่ปรับตัวลดลงแรงมากนัก แต่อย่างไรก็ตามเรามองว่า SPALI ปี 2559 นั้นมีแนวโน้มไม่น่าสนใจนัก โดยคาดอัตราการเติบโตที่เป็นตัวเลขเพียงหลักเดียวจากทั้งยอดจองซื้อและประมาณการกำไร ที่สำคัญที่สุดนั้นเรามองว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาฯ อาจสร้างฐานใหม่ที่ต่ำกว่า 40% ซึ่งแย่ในมุมมองของตลาด ดังนั้นเราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ (จากซื้อเก็งกำไร) ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ใหม่ที่ 20 บาท (จาก 21.50 บาท) สะท้อนการปรับลดกำไรปี 2559และ PER เป้าหมายที่ 7 เท่า( จาก 7.5 เท่า) อ้างอิงจากเฉลี่ยในช่วงปี 2549-2558 เพื่อสะท้อนคาดการณ์เติบโตของกำไรหลักที่ไม่น่าตื่นเต้นที่เพียง 6% ในปี 2559
คาดยอดจองซื้อปี 2559 บรรลุเป้า แต่รายได้พลาดเป้า
ยอดจองซื้อปี 2558 อยู่ที่ 23 พันล้านบาท (50% จากที่อยู่อาศัยแนวราบและคอนโด โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในกรุงเทพฯ 79% และต่างจังหวัด 21%) เพิ่มขึ้น 19% YoY สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท หนุนโดยมูลค่าการเปิดตัวโครงการที่เพิ่มขึ้นถึง 24% YoY ที่ 34 พันล้านบาท (54% จากที่อยู่อัยแนวราบและ 46% จากคอนโด) ยอดจองซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบปี 2558 เพิ่มขึ้น 38% YoY ในขณะที่ยอดจองซื้อคอนโดเพิ่มขึ้น 4% YoY รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยปี 2558 คาดเพิ่มขึ้น 17% YoY ที่ 21.3 พันล้านบาท แต่ไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 22 พันล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นอาจสร้างฐานใหม่ที่ต่ำกว่า 40%
เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นจากโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 37.5% ในปี 2558 ลดลง 4.3% YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างต่ำเนื่องจากต้นทุนโครงการคอนโดเวลลิงตันที่เพิ่มขึ้น (คิดเป็น 18% ของรายได้จากการขายอสังหาฯ ทั้งหมดในปี 2558) และการแข่งขันที่รุนแรง แม้ว่ารายได้จากโครงการเวลลิงตันในปี 2559 จะลดลงเป็นเพียง 4% ของรายได้จากการขายอสังหาฯ แต่เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาฯ จะเป็นเพียง 38% ในปี 2559 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปีที่ 42% สาเหตุจากส่วนผสมของประเภทโครงการ-ได้แก่รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่สูงขึ้น ซึ่งโครงการแนวราบนั้นมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคอนโดอย่างมีนัยสำคัญ (อัตรากำไรขั้นต้นของที่อยู่อาศัยแนวราบอยู่ที่ 37-40% เทียบกับ 39-42% ของคอนโด) โดยสัดส่วนรายได้จากโรงการที่อยู่อาศัยแนวราบคาดเพิ่มขึ้นจาก 40%ในปี 2558 เป็น 50%ในปี 2559
เส้นทางปี 2559 สาหัสพอควร เราจึงปรับลดประมาณการกำไร
เรามองว่าปี 2559 นี้จะเป็นปีเหนื่อยพอสมควรสำหรับ SPALI เนื่องจากคอนโดสร้างสร็จพร้อมโอนมูลค่าจะลดลง 1% YoY ที่ 9 พันล้านบาท บวกกับจากความเสี่ยงต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากทั้งส่วนผสมผลิตภัณฑ์และการแข่งขันที่รุนแรง เราปรับลดประมาณการกำไรหลักลง 7% ที่ 4.6 พันล้านบาทในปี 2559 ทำให้เราคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรหลักที่ไม่ตื่นเต้นเพียง 6% สำหรับปี 2559 ทั้งนี้บริษัทเปิดเผยแผนธุรกิจปี 2559 ที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม เช่นกัน โดยบริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการมูลค่ารวม 37 พันล้านบาท (ที่อยู่อาศัยแนวราบ 51% คอนโด 9%) เพิ่มขึ้น 8% สำหรับปี 2559 โดยทีเป้าหมายยอดจองซื้ออยู่ที่ 24.5 พันล้านบาท (ที่อยู่อาศัยแนวราบ 55% คอนโด 45% แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 75% และต่างจังหวัด 25%) เพิ่มขึ้น 6% มาจากเป้าหมายยอดจองซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบและคอนโดเติบโต 11% และ 2% ตามลำดับ และสุดท้ายบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัยปี 2559 เติบโตเพียง 3% YoY ที่ 22 พันล้านบาท โดยยอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นปี 2558 คิดเป็น 62% ของเป้าหมายรายได้อสังหาริมทรัพย์สำหรับปี 2559 โดยบริษัทยังมองว่ายังคงมีแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นต่อไป
แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/58 โดดเด่นปานกลาง
แม้ว่ายอดจองซื้อไตรมาส 4/58 จะแข็งแกร่ง (9.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% YoY และ 89% QoQ) กำไรหลักไตรมาส 4/58 คาดจะดูด้อยกว่ากลุ่มจากกำไรหลักที่ลดลง YoY สำหรับ SPALI เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่กำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยเราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 1.5 พัน้ลานบาท ลดลง 10% YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นที่บางลง (ผิดจากที่เราคาดเดิม) และฐานที่ค่อนข้างสูงจากการกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์เป็นอันดับสองของไตรมาส 4/57 โดยกำไรไตรมาส 4/58 คาดเพิ่มขึ้น 43% QoQ ยอดขายที่อยู่อาศัยคาดทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 46% QoQ ที่ 6.8 พันล้านบาท โดยเราคาดเงินปันผลต่อหุ้นอยู่ที่ 0.56 บาทจากผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2558 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผลเบื้องต้นที่ 3.0% และขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือนมี.ค.








