แนวโน้ม ECB และ BOJ จะออกมาตรการกระตุ้นหนุนตลาด
คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ จากแนวโน้มที่ ECB และ BOJ จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก ภายในประเทศการเดินหน้าปรับปรุง การกำกับดูแลอุตสาหกรรมการบินของไทยอย่างจริงจัง เป็นปัจจัยบวกหนุนตลาด ทางการจีนออกมายืนยันเน้นรักษาเสถียรภาพ เงินหยวน น่าจะคลายความวิตกกันลงไปได้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ไม่เข้มแข็งเท่าใดนักอาจทำให้ Fed ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยอีก
หุ้นเด่นวันนี้: AOT (ราคาปิด 349.00 บาท, ราคาเป้าหมายปี 59 AWS 400.00 บาท)
บมจ. ท่าอากาศยานไทยเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวของไทยยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา, การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และมาตราการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศวันหยุดพิเศษเพิ่มเติมสองวันสำหรับปีนี้ และกำลังพิจารณาต่ออายุมาตราการนำค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศมาลดหย่อนภาษีได้ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศเร็วๆ นี้ ทั้งหมดจะยิ่งช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวโดยเฉพาะภายในประเทศ ในไตรมาสที่ผ่านมา ผู้โดยสารในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT เพิ่มขึ้น 12% YoYขณะที่จำนวนเที่ยวบินขึ้นลงจอดก็เพิ่มขึ้น 12% YoYเช่นกัน เราประมาณการกำไรจากการดำเนินงานงวด 1QFY59 (ต.ค.-ธ.ค. 58) เพิ่มขึ้น 22% YoYนอกจากนี้ อาคารเทอร์มินอลแห่งที่สองที่ท่าอากาศยานดอนเมืองได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.58 ส่วนอาคารเทอร์มินอลใหม่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้วันที่ 14 ก.พ. 59 จะยิ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นและกระตุ้นรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินจากพื้นที่ให้เช่าเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมอีกด้วย เราประมาณการกำไรจากการดำเนินงานงวด FY59 (ต.ค.58- ก.ย.59) จะเติบโตแข็งแกร่งที่ 25% YoYและ 12 % ในปี FY60 เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ AOT กำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งหลังจากเกิดสัญญาณซื้อทั้งในรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน หุ้นกำลังจะทดสอบเป้าหมายสูงสุดครั้งใหม่ที่ 367 บาท และมีจุด Stop Loss อยู่ที่ 339 บาท (แนวต้าน: 352.00, 355.00, 360.00; แนวรับ: 347.00, 344.00, 339.00)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• ปรับปรุงหน่วยงานควบคุมสายการบิน กรมการบินพลเรือนได้ถูกแทนที่ด้วยหน่วยงานใหม่ชื่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอากาศจากประเทศอังกฤษจะเดินทางมาไทยในเดือน ก.พ. นี้เพื่อฝึกสอนผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการตรวจสอบความปลอดภัยและผู้ที่ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ นอกจากนี้ คาดว่าจะมีพนักงานภายนอกจำนวน 315 คนที่จะสรรหามาเพิ่มเติมจากพนักงานจำนวน 197 คนที่ถูกถ่ายโอนมาจากกรมการบินพลเรือน (Bangkok Post)
• ออสเตรเลียยังสนใจลงทุนในไทย จากการสำรวจโดยหอการค้าไทย-ออสเตรเลียเปิดเผยว่ามีสมาชิก 67% จากทั้งหมด 299 รายที่สนใจเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยในช่วงสองปีข้างหน้า และมีสมาชิก 74% ที่สนใจเพิ่มการลงทุนในอีกห้าปีข้างหน้า ประเทศไทยได้รับการจัดเรทติ้งที่ 61% สำหรับมุมมองต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Nation)
• บริษัทโซลาร์สัญชาติจีนมองหาโอกาสในไทย อ้างอิงจากรายงานวิจัยการตลาดของ BMI Research ซึ่งระบุว่าตลาดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนเริ่มอิ่มตัวแล้วในปัจจุบัน และบริษัทเหล่านี้กำหลังมองหาช่องทางการเติบโตใหม่ๆ ในภูมิภาค ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจจากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Feed-in-Tariff ไปจนถึงแรงจูงใจทางภาษี ทั้งนี้ BMI คาดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยจะขยายตัวราว 13.2% ต่อปีในช่วงปี 2558-68(Bangkok Post)
• ขาดดุลงบประมาณปี 2560 จะไม่เกินจากปีนี้ จากตัวเลขขาดดุลในปีนี้ที่ 3.9 แสนลบ. และมูลค่าการใช้จ่ายการลงทุนจะคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 20% บนสมมติฐานการขยายตัวของ nominal GDP ปีหน้าที่ 6% และอัตราเงินเฟ้อ 2%(Bangkok Post)
• SIRI (1.45 บ.) ตั้งเป้าการเติบโตของยอด Presale ปีนี้อย่างแข็งแกร่งที่ 47% มาอยู่ที่ 4.2 หมื่นลบ. เนื่องจากบริษัทฯ เล็งเห็นความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระดับบน ขระที่ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้อยู่ที่ 3.6 หมื่นลบ. SIRI วางแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 21 โครงการ มูลค่ารวม 5.05 หมื่นลบ. ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม 11 โครงการบ้านเดี่ยว 7 โครงการ และโครงการทาวน์เฮ้าส์ 3 โครงการ โดยคอนโดมิเนียม 6 โครงการจากทั้งหมด 11 โครงการจะดำเนินการพัฒนาโดยบริษัทร่วมทุนร่วมกับ BTS (The Nation)
ต่างประเทศ
• ประธานอีซีบีส่งสัญญาณมีมาตรการกระตุ้นอีก นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวหลังจากการประชุมนโยบายเมื่อวันพฤหัสว่าความวุ่นวายในตลาดการเงินและความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนและตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ จะกระตุ้นให้ทบทวนนโยบายทางการเงินในการประชุมเดือนมีนาคมและมีโอกาสที่จะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยุโรปยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เช่นเดิม (Reuters)
• ราคาพันธบัตรสหรัฐลดลงเมื่อวันพฤหัส จากความต้องการของนักลงทุนที่ลดลงในการประมูลพันธบัตรที่อิงกับเงินเฟ้อ (TIPS) อายุ 10 ปีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดนับแต่ พ.ค. 54 ราคาพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปีล่าสุดลดลง 24/32 ให้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.793% เพิ่มขึ้น 0.04% จากวันพุธ (Reuters)
• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นมากสุดเทียบกับเงินยูโร ใน 2 สัปดาห์หลังจากหลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า ECB จะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมเดือนมี.ค. ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่ม 0.2% เทียบกับเงินเยนเ และเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 117 เยน (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันพฤหัส จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมากสุดในปีนี้และการแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรปทำให้มีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในยุโรป อย่างไรก็ตามนักลงทุนบางรายไม่แน่ใจว่าการเพิ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสจะยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่ และมีนักลงทุนจำนวนมากยังคงเกรงว่าตลาดจะยังลงต่อ (Reuters)
• ผลประกอบการไตรมาส 4/58 ลดลงตามคาด ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/58 ได้เริ่มขึ้นแล้ว และบริษัทในดัชนี S&P500 คาดว่าจะประกาศกำไรลดลง 4.5% โดยเฉลี่ย จากข้อมูลของทอมสัน รอยเตอร์ อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกลุ่มพลังงาน กำไรจะเพิ่มขึ้น 1.6% (Reuters)
• จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อสัปดาห์ก่อน บ่งบอกว่ามีการสูญเสียแรงผลักดันในตลาดแรงงานท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้น 10,000 รายเป็น 293,000 รายในสัปดาห์ก่อน เป็นตัวเลขสูงสุดนับแต่ต้นเดือนก.ค. ปีก่อน นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ก่อนหน้าว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการจะลดลงอยูที่ 278,000 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอยู่ต่ำกว่า 300,000 รายซึ่งหมายถึงตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่งติดต่อกัน 46 สัปดาห์ ยาวนานที่สุดนับแต่ช่วงต้นของยุค 1970(Reuters)
• กิจกรรมทางโรงงานในเขตมิดแอตแลนติกปรับตัวดีขึ้นในเดือนม.ค. เนื่องจากปริมาณการส่งสินค้าได้ดีดกลับ แต่ยังคงหดตัวอยู่ ดัชนีการสั่งซื้อสินค้าใหม่ยังคงติดลบ แต่เพิ่มขึ้น 10 จุดอยู่ที่ -1.4 ส่วนดัชนีการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 12 จุด เป็นตัวเลขบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน (Reuters)
ยุโรป:
• หุ้นยุโรปพุ่งขึ้นแรงในวันพฤหัส หลังจากตกต่ำลงในวันพุธสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน หลังจากประธาน ECB มาริโอ้ ดรากี้ กล่าวเป็นนัยว่าอาจมีการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในการประชุม ECB คราวต่อไปในเดือนมีนาคม(Reuters)
เอเชีย:
• จีนไม่มีนโยบายลดค่าเงินหยวน จากคำกล่าวของนาย ลี หยวนเชา รองประธานาธิบดีของจีน และเป็นสมาชิกในสภา Politburo ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ด้วย นายลีกล่าวว่าการที่ค่าเงินหยวนมีความผันผวนอย่างมากนั้นเป็นผลมาจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ธ.ค. และกล่าวเพิ่มเติมว่าจีนไม่มีนโยบายลดค่าเงินเพื่อกระตุ้นการส่งออก และพร้อมที่จะรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวนตลอดเวลา (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นกว่าหนึ่งดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 4% จากราคาต่ำสุดในรอบ 12 เดือนเมื่อวันพฤหัส ซึ่งเป็นการดีดตัวในรายวันที่สูงที่สุดของปีนี้ ทำให้เทรดเดอร์มีเหตุผลที่จะทำกำไรสำหรับสถานะในนระยะสั้น ราคาน้ำมันเบรนท์ล่วงหน้าสำหรับส่งมอบเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 1.37 ดอลลาร์สหรัฐ (+4.9%) มาปิดที่ 29.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.18 ดอลลาร์สหรัฐ (+4.2%) มาปิดที่ 29.53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)
• ราคาทองคำลดลงในวันพฤหัส เนื่องจากมีนัยว่าจะมีแผนกระตุ้นเพิ่มเติมจากธนาคารกลางอีซีบีซึ่งอาจทำค่าเงินยูโรอ่อนค่าและหุ้นในยุโรปดีดตัว ราคาทองคำสปอทลดลง 0.4% เป็น 1,096.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในตลาดล่วงหน้าส่งมอบเดือน ก.พ. ลดลง 9.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์มาอยู่ที่ 1,096.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์(Reuters)
• ราคาทองแดงและโลหะพื้นฐานปรับตัวขึ้นในวันพฤหัส หลังอีซีบีเพิ่มความคาดหวังที่จะมีมาตราการกระตุ้นทางการเงินออกมาเพิ่มเติมทำให้นักลงทุนกลับเข้ามาซื้อ ราคาทองแดงสามเดือนในตลาดลอนดอนเพิ่มขึ้น 1.6% เป็น 4,430 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และกำลังอ่อนกำลังที่จะเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหกปีครึ่งที่ 4,318 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมื่อเดือน ม.ค. 58 (Reuters)









