วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (22 ม.ค.59)

แนวโน้ม ECB และ BOJ จะออกมาตรการกระตุ้นหนุนตลาด

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ จากแนวโน้มที่ ECB และ BOJ จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก ภายในประเทศการเดินหน้าปรับปรุง การกำกับดูแลอุตสาหกรรมการบินของไทยอย่างจริงจัง เป็นปัจจัยบวกหนุนตลาด ทางการจีนออกมายืนยันเน้นรักษาเสถียรภาพ เงินหยวน น่าจะคลายความวิตกกันลงไปได้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ไม่เข้มแข็งเท่าใดนักอาจทำให้ Fed ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยอีก


หุ้นเด่นวันนี้: AOT (ราคาปิด 349.00 บาท, ราคาเป้าหมายปี 59 AWS 400.00 บาท)

บมจ. ท่าอากาศยานไทยเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวของไทยยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา, การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และมาตราการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศวันหยุดพิเศษเพิ่มเติมสองวันสำหรับปีนี้ และกำลังพิจารณาต่ออายุมาตราการนำค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศมาลดหย่อนภาษีได้ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศเร็วๆ นี้ ทั้งหมดจะยิ่งช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวโดยเฉพาะภายในประเทศ ในไตรมาสที่ผ่านมา ผู้โดยสารในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT เพิ่มขึ้น 12% YoYขณะที่จำนวนเที่ยวบินขึ้นลงจอดก็เพิ่มขึ้น 12% YoYเช่นกัน เราประมาณการกำไรจากการดำเนินงานงวด 1QFY59 (ต.ค.-ธ.ค. 58) เพิ่มขึ้น 22% YoYนอกจากนี้ อาคารเทอร์มินอลแห่งที่สองที่ท่าอากาศยานดอนเมืองได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.58 ส่วนอาคารเทอร์มินอลใหม่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้วันที่ 14 ก.พ. 59 จะยิ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นและกระตุ้นรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินจากพื้นที่ให้เช่าเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมอีกด้วย เราประมาณการกำไรจากการดำเนินงานงวด FY59 (ต.ค.58- ก.ย.59) จะเติบโตแข็งแกร่งที่ 25% YoYและ 12 % ในปี FY60 เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ AOT กำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งหลังจากเกิดสัญญาณซื้อทั้งในรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน หุ้นกำลังจะทดสอบเป้าหมายสูงสุดครั้งใหม่ที่ 367 บาท และมีจุด Stop Loss อยู่ที่ 339 บาท (แนวต้าน: 352.00, 355.00, 360.00; แนวรับ: 347.00, 344.00, 339.00)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ปรับปรุงหน่วยงานควบคุมสายการบิน กรมการบินพลเรือนได้ถูกแทนที่ด้วยหน่วยงานใหม่ชื่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอากาศจากประเทศอังกฤษจะเดินทางมาไทยในเดือน ก.พ. นี้เพื่อฝึกสอนผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการตรวจสอบความปลอดภัยและผู้ที่ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ นอกจากนี้ คาดว่าจะมีพนักงานภายนอกจำนวน 315 คนที่จะสรรหามาเพิ่มเติมจากพนักงานจำนวน 197 คนที่ถูกถ่ายโอนมาจากกรมการบินพลเรือน (Bangkok Post)

• ออสเตรเลียยังสนใจลงทุนในไทย จากการสำรวจโดยหอการค้าไทย-ออสเตรเลียเปิดเผยว่ามีสมาชิก 67% จากทั้งหมด 299 รายที่สนใจเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยในช่วงสองปีข้างหน้า และมีสมาชิก 74% ที่สนใจเพิ่มการลงทุนในอีกห้าปีข้างหน้า ประเทศไทยได้รับการจัดเรทติ้งที่ 61% สำหรับมุมมองต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Nation)

• บริษัทโซลาร์สัญชาติจีนมองหาโอกาสในไทย อ้างอิงจากรายงานวิจัยการตลาดของ BMI Research ซึ่งระบุว่าตลาดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนเริ่มอิ่มตัวแล้วในปัจจุบัน และบริษัทเหล่านี้กำหลังมองหาช่องทางการเติบโตใหม่ๆ ในภูมิภาค ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจจากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Feed-in-Tariff ไปจนถึงแรงจูงใจทางภาษี ทั้งนี้ BMI คาดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยจะขยายตัวราว 13.2% ต่อปีในช่วงปี 2558-68(Bangkok Post)

• ขาดดุลงบประมาณปี 2560 จะไม่เกินจากปีนี้ จากตัวเลขขาดดุลในปีนี้ที่ 3.9 แสนลบ. และมูลค่าการใช้จ่ายการลงทุนจะคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 20% บนสมมติฐานการขยายตัวของ nominal GDP ปีหน้าที่ 6% และอัตราเงินเฟ้อ 2%(Bangkok Post)

• SIRI (1.45 บ.) ตั้งเป้าการเติบโตของยอด Presale ปีนี้อย่างแข็งแกร่งที่ 47% มาอยู่ที่ 4.2 หมื่นลบ. เนื่องจากบริษัทฯ เล็งเห็นความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระดับบน ขระที่ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้อยู่ที่ 3.6 หมื่นลบ. SIRI วางแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 21 โครงการ มูลค่ารวม 5.05 หมื่นลบ. ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม 11 โครงการบ้านเดี่ยว 7 โครงการ และโครงการทาวน์เฮ้าส์ 3 โครงการ โดยคอนโดมิเนียม 6 โครงการจากทั้งหมด 11 โครงการจะดำเนินการพัฒนาโดยบริษัทร่วมทุนร่วมกับ BTS (The Nation)

ต่างประเทศ

• ประธานอีซีบีส่งสัญญาณมีมาตรการกระตุ้นอีก นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวหลังจากการประชุมนโยบายเมื่อวันพฤหัสว่าความวุ่นวายในตลาดการเงินและความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนและตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ จะกระตุ้นให้ทบทวนนโยบายทางการเงินในการประชุมเดือนมีนาคมและมีโอกาสที่จะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยุโรปยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เช่นเดิม (Reuters)

• ราคาพันธบัตรสหรัฐลดลงเมื่อวันพฤหัส จากความต้องการของนักลงทุนที่ลดลงในการประมูลพันธบัตรที่อิงกับเงินเฟ้อ (TIPS) อายุ 10 ปีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดนับแต่ พ.ค. 54 ราคาพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปีล่าสุดลดลง 24/32 ให้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.793% เพิ่มขึ้น 0.04% จากวันพุธ (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นมากสุดเทียบกับเงินยูโร ใน 2 สัปดาห์หลังจากหลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า ECB จะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมเดือนมี.ค. ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่ม 0.2% เทียบกับเงินเยนเ และเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 117 เยน (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันพฤหัส จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมากสุดในปีนี้และการแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรปทำให้มีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในยุโรป อย่างไรก็ตามนักลงทุนบางรายไม่แน่ใจว่าการเพิ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสจะยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่ และมีนักลงทุนจำนวนมากยังคงเกรงว่าตลาดจะยังลงต่อ (Reuters)

• ผลประกอบการไตรมาส 4/58 ลดลงตามคาด ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/58 ได้เริ่มขึ้นแล้ว และบริษัทในดัชนี S&P500 คาดว่าจะประกาศกำไรลดลง 4.5% โดยเฉลี่ย จากข้อมูลของทอมสัน รอยเตอร์ อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกลุ่มพลังงาน กำไรจะเพิ่มขึ้น 1.6% (Reuters)

• จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อสัปดาห์ก่อน บ่งบอกว่ามีการสูญเสียแรงผลักดันในตลาดแรงงานท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้น 10,000 รายเป็น 293,000 รายในสัปดาห์ก่อน เป็นตัวเลขสูงสุดนับแต่ต้นเดือนก.ค. ปีก่อน นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ก่อนหน้าว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการจะลดลงอยูที่ 278,000 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอยู่ต่ำกว่า 300,000 รายซึ่งหมายถึงตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่งติดต่อกัน 46 สัปดาห์ ยาวนานที่สุดนับแต่ช่วงต้นของยุค 1970(Reuters)

• กิจกรรมทางโรงงานในเขตมิดแอตแลนติกปรับตัวดีขึ้นในเดือนม.ค. เนื่องจากปริมาณการส่งสินค้าได้ดีดกลับ แต่ยังคงหดตัวอยู่ ดัชนีการสั่งซื้อสินค้าใหม่ยังคงติดลบ แต่เพิ่มขึ้น 10 จุดอยู่ที่ -1.4 ส่วนดัชนีการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 12 จุด เป็นตัวเลขบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปพุ่งขึ้นแรงในวันพฤหัส หลังจากตกต่ำลงในวันพุธสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน หลังจากประธาน ECB มาริโอ้ ดรากี้ กล่าวเป็นนัยว่าอาจมีการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในการประชุม ECB คราวต่อไปในเดือนมีนาคม(Reuters)

เอเชีย:

• จีนไม่มีนโยบายลดค่าเงินหยวน จากคำกล่าวของนาย ลี หยวนเชา รองประธานาธิบดีของจีน และเป็นสมาชิกในสภา Politburo ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ด้วย นายลีกล่าวว่าการที่ค่าเงินหยวนมีความผันผวนอย่างมากนั้นเป็นผลมาจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ธ.ค. และกล่าวเพิ่มเติมว่าจีนไม่มีนโยบายลดค่าเงินเพื่อกระตุ้นการส่งออก และพร้อมที่จะรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวนตลอดเวลา (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นกว่าหนึ่งดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 4% จากราคาต่ำสุดในรอบ 12 เดือนเมื่อวันพฤหัส ซึ่งเป็นการดีดตัวในรายวันที่สูงที่สุดของปีนี้ ทำให้เทรดเดอร์มีเหตุผลที่จะทำกำไรสำหรับสถานะในนระยะสั้น ราคาน้ำมันเบรนท์ล่วงหน้าสำหรับส่งมอบเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 1.37 ดอลลาร์สหรัฐ (+4.9%) มาปิดที่ 29.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.18 ดอลลาร์สหรัฐ (+4.2%) มาปิดที่ 29.53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองคำลดลงในวันพฤหัส เนื่องจากมีนัยว่าจะมีแผนกระตุ้นเพิ่มเติมจากธนาคารกลางอีซีบีซึ่งอาจทำค่าเงินยูโรอ่อนค่าและหุ้นในยุโรปดีดตัว ราคาทองคำสปอทลดลง 0.4% เป็น 1,096.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในตลาดล่วงหน้าส่งมอบเดือน ก.พ. ลดลง 9.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์มาอยู่ที่ 1,096.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์(Reuters)

• ราคาทองแดงและโลหะพื้นฐานปรับตัวขึ้นในวันพฤหัส หลังอีซีบีเพิ่มความคาดหวังที่จะมีมาตราการกระตุ้นทางการเงินออกมาเพิ่มเติมทำให้นักลงทุนกลับเข้ามาซื้อ ราคาทองแดงสามเดือนในตลาดลอนดอนเพิ่มขึ้น 1.6% เป็น 4,430 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และกำลังอ่อนกำลังที่จะเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหกปีครึ่งที่ 4,318 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมื่อเดือน ม.ค. 58 (Reuters)