คาดกำไรหลักไตรมาส 4/58เติบโตแข็งแกร่ง YoY และมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ
ประเด็นการลงทุน
ความคาดหวังต่อการเติบโตตอเนื่องของกำไรหลักตลอดทั้งปี 2559 จากส่วนต่างราคาที่คาดว่าจะขยายตัวและการเติบโตของปริมาณขาย น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรในระยะยาวจากแนวโน้มในการควบรวมกิจการ นอกจากนี้ มูลค่าในปัจจุบันยังค่อนข้างถูก ราคาหุ้นในปัจจุบันคิดเป็น PBV สิ้นปี 2559 ที่ 1.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนระยะยาวอยู่ 1.1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 1.5 เท่า อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอีกในระยะสั้น เราแนะนำนักลงทุนรอจนกระทั่งราคาน้ำมันดิบทรงตัวก่อนเข้าซื้อหุ้น
คาดกำไรหลักไตรมาส 4/58 เติบโตแข็งแกร่ง YoY
เราคาดว่า IVL จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 137 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/57 แต่ลดลง 71% QoQ การพลิกกลับของกำไรสุทธิ YoY เนื่องจากการขาดทุนจากสินค้าคงคลังลดลงและการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเทียบกับการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 4/57 ในขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะหดตัว QoQ เนื่องจากกำไรหลักที่อ่อนตัว QoQ ในไตรมาส 4/58 หากไม่รวมขาดทุนจากสินค้าคงคลังที่ 1.1 พันล้านบาทและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 8 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/58 คาดว่าจะอยู่ที่ 1,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% YoY แต่ลดลง 38% QoQ (ดูรูปที่ 1 และ 2)
ปัจจัยหลักหนุนการเติบโตของกำไรหลักได้แก่ 1) การเพิ่มขึ้นของปริมาณขาย (เพิ่มขึ้น 20% YoY ที่ 1.83 ล้านตัน) และ 2) ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการที่บริษัทเข้าซื้อในปี 2558 ทั้ง Polyplex (PET, ตุรกี), Performance Fibers (HVA, จีน), Cepsa (PTA, แคนาดา), Bangkok Polyester (PET, ไทย) และ Micropet (PET, อินเดีย) อย่างไรก็ตามปัจจัยหลักเบื้องหลังการหดตัวของกำไร QoQ ได้แก่ 1) ส่วนต่างราคารวมอ่อนตัวลง- EBITDA หลักต่อตันคาดลดลง 6% QoQ มาอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐ จากอุปสงค์ที่ลดลงของ PET resin ตามปัจจัยทางฤดูกาลและส่วนต่างราคา MEG (US) ที่ลดลงตามการลดลงอย่างมากของส่วนต่างราคา MEG ในเอเซีย
คาดกำไรหลักไตรมาส 1/59 ขยายตัว QoQ
เราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 1/59 จะเติบโต QoQ จากปริมาณขายที่สูงขึ้นและส่วนต่างราคารวมที่ขยายตัว (จากไฮซีซั่นของอุปสงค์ของ PET resin) ปริมาณขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% QoQ เป็น 1.87 ล้านตันในไตรมาส 1/59 จากการรับรู้ปริมาณขายทั้งไตรมาสจาก Micropet ซึ่งควบรวมกิจการสำเร็จในเดือน ธ.ค. 2558 อย่างไรก็ตามปริมาณขาย PET resin ที่สูงขึ้นจากช่วงไฮซีซั่นน่าจะช่วยลดผลกระทบจากปริมาณขาย MEG ที่ลดลงเนื่องจากการปิดโรงงานตามแผน 25 วัน (เพื่อเปลี่ยน catalysts) ในขณะที่ ส่วนต่างราคารวมคาดเพิ่มขึ้น QoQ จากส่วนต่างราคา PET ที่ขยายตัวจากไฮซีซั่น
อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไรหลักของ IVL ในไตรมาส 1/59 จะอ่อนตัวลง YoY จากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงของ MEG (US) จากการปิดโรงงานตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ถึงแม้อย่างนั้น ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทที่ควบรวมกิจการในปี 2558 น่าจะช่วยหนุนกำไรหลักในไตรมาส 1/59 นอกจากนี้ เราคาดว่าบริษัทจะบันทึกขาดทุนจากสินค้าคงคลังน้อยลงในไตรมาส 1/59 ซึ่งน่าจะส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1/59 เพิ่มขึ้น









