กำไรต่ำเป้าจากค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด
กำไรไตรมาส 4/58 ต่ำกว่าคาด 19%
KTC รายงานกำไรไตรมาส 4/58 ที่ 353 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY และ 7% QoQ ต่ำกว่าประมาณการของเรา 19% จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด โดย KTC รายงานค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 1.69 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับที่เราประเมินไว้ที่ 1.56 พันล้านบาท ทั้งนี้กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียปรับเพิ่มขึ้น 6% YoY และ 6% QoQ มาอยู่ที่ 1.51 พันล้านบาท โดยกำไรปี 2558 เติบโต 18% YoY มาอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 94% ของประมาณการกำไรปี 2558 ของเรา
ประเด็นหลักผลประกอบการ
พอร์ตสินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 9.2% QoQ และ 11.1% YoY มาอยู่ที่ 5.57 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนธ.ค. ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของ KTC ปรับสูงขึ้น 11 bps QoQ มาอยู่ที่ 22.85% ในไตรมาส 4/58 หนุนโดยปัจจัยสินเชื่อเติบโต ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขยายตัวขึ้น 14% YoY และ 7% QoQ มาอยู่ที 1.69 พันล้านบาท ในขณะที่การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯสุทธิในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 834 ล้านบาท ลดลง 6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ ทั้งนี้สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมหดตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.1% ณ สิ้นปี 2558 จาก 2.2% ในไตรมาสก่อนหน้า ส่วนอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 393% ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า
แนวโน้ม
เรายังมีมุมมองเชิงบวกลดลงต่อแนวโน้ม KTC เดิมตั้งแต่ไตรมาส 1/59 จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและค่าธรรมเนียมในการเก็บหนี้ที่ลดลง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับประมาณการกำไรปี 2559 ลง 8.5% มาอยู่ที่ 2.15 พันล้านบาทเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นช่วงขยายธุรกิจ
คำแนะนำ
เรามองค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นในช่วงขยายธุรกิจและเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดอาจเป็นปัจจัยลบต่อกำไนไตรมาส 1/59
โดยเราประเมินกำไรปี 2559 เติบโตเพียง 4% มาอยู่ที่ 2.15 พันล้านบาท (ปรับลง 8.5%) ส่งผลให้เราปรับราคาเป้าหมายปี 2559 ลง 13% มาอยู่ที่ 99 บาทต่อหุ้น อิงค่า justified PER ที่ 12 เท่า ซึ่งเรามองบริษัทอาจมีอัพไซด์จาก 1) การเติบโตจากการซื้อกิจการเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคล และ 2)การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯสุทธิที่ต่ำกว่าคาดจากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่สูงถึง 393% ในปี 2558 ทั้งนี้ KTC ซื้อขายอยู่ในระดับ PER ปี 2559 ทื่ 10.5 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 12.9 เท่า จากแนวโน้มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ เราจึงยังคงแนะนำ ซื้อเก็งกำไร KTC









