กำไรดีกว่าคาดจากรายจ่ายภาษีลดลงมาก
กำไรสูงขึ้น 57% มากกว่าที่เราคาด
KKP รายงานกำไรไตรมาส 4/58 ที่ 980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% YoY และ 6% QoQ ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าที่เราคาด 57% และมากกว่าที่ Bloomberg คาด 47% จากอัตราภาษีที่ต่ำกว่าที่คาด เราคาด KKP รายงานภาษีไตรมาส 4/58 ที่ 260 ล้านบาท เทียบกับตัวเลขที่เปิดเผยออกมาที่ 26 ล้านบาท กำไรปี 2558 เพิ่มขึ้น 21% YoY ที่ 3.3 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 107% ของกำไรที่เราคาดการณ์ที่ 2.96 พันล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
สินเชื่อเติบโต 0.6% QoQ (ลดลง 3.6% YoY) ที่ 178 พันล้านบาท (จากสินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อเช่าซื้อ) ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาด ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 76bps YoY และ 23bps QoQ ที่ 4.71% จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำลง รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้ 32% YoY และ 31% QoQ ที่ 1.3 พันล้านบาท จากรายได้ธุรกิจประกันและกองทุนรวมที่ดีขึ้น และกิจกรรมในตลาดทุนที่ปรับตัวดีขึ้น
KKP ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่ 824 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 ลดลง 46% YoY และ 12% QoQ อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อลดลงเหลือ 5.8% ณ สิ้นปี 2558 จาก 6.6% ใน 3 เดือนก่อนหน้า ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 80.2% ทรงตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งนี้ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลง 10.2% QoQ เหลือ 10.4 พันล้านบาท (ลดลงจากสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อ SME)
แนวโน้ม
เราคาด KKP ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญลดลงในไตรมาส 1/59 และคาดมีผลขาดทุจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ลดลงตั้งแต่ไตรมาสดังกล่าว ดังนั้นเราคาดผลประกอบการไตรมาส 1/59 เพิ่มขึ้น QoQ และ YoY
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
จากการเร่งปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหาและผลประโยชน์ทางภาษีจากการปรับโครงสร้างหนี้ ส่งผลให้เราคาดว่าอัตราภาษีจ่ายของบริษัทจะอยู่ที่ 14.5% ในปี 2559 และ 16.5% ในปี 2560 จากเดิม 19% ในทั้ง 2 ปี ดังนั้น เราปรับเพิ่มประมาณการขึ้น 4.0% ในปี 2559 ที่ 3.6 พันล้านบาทและ 3.6% ในปี 2560 ที่ 4.4 พันล้านบาท
คำแนะนำ
นอกจากผลประโยชน์ทางภาษีจากอัตราภาษีจ่ายที่ลดลงแล้ว เราคาดว่าผลการดำเนิงานปี 2559 ที่คาดปรับตัวดีขึ้นมาจากการเติบโตของสินเชื่อและการจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีคุณภาพยังคงป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเรา นอกจากนี้ ปัจจุบันหุ้นซื้อขายกันที่มูลค่า PBV ที่ค่อนข้างถูกที่ 0.8 เท่าในปี 2559 ซึ่งคาดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.7% จากประมาณการที่สูงขึ้น เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 42 บาท อ้างอิงจาก PBV ที่ 0.9 ท่า เรายังคงคำแนะนำ ถือ ในฐานะหุ้นปันผล









