วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งทบทวนเพิ่มบทลงโทษผู้บริหาร 'อินไซด์-ปั่นหุ้น'

บอร์ด ก.ล.ต.สั่งทบทวนเพิ่มบทลงโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ใช้อินไซด์-ปั่นหุ้น-ทุจริต เร่งให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ชี้ต้องเข้มงวดมากขึ้น

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า สำนักงาน ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการทบทวนเกณฑ์การลงโทษผู้บริหารจดทะเบียนที่มีการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น สร้างราคาหลักทรัพย์ การใช้ข้อมูลภายใน และทุจริต หลังจากใช้มานานแล้วประมาณ 10 ปี โดยจะให้มีความเข้มงวดมากขึ้น จากปัจจุบันกรณีพบว่าผู้บริหารบจ. กระทำผิด เพียงยอมถูกเปรียบเทียบปรับเรื่องก็จบและยังสามารถเป็นผู้บริหารของบจ.ต่อไปได้

ทั้งนี้ ก.ล.ต. คาดว่า การพิจารณาทบทวนเพิ่มบทลงโทษดังกล่าวจะให้แล้วเสร็จภายในปีนี้และจะประกาศให้สาธารณชนรับทราบต่อไป ทั้งนี้สาเหตุที่มีการทบทวนดังกล่าวเนื่องจาก ก.ล.ต.ได้มีการรายงานผลการปฏิบัติงานปี 58 ให้บอร์ด ก.ล.ต.ทราบ และทางบอร์ด ก.ล.ต. จึงให้ทางสำนักงานทบทวนเรื่องดังกล่าว

ส่วนผู้บริหารบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจจาก ก.ล.ต. เช่น บล. บลจ. ฯลฯ หากมีการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายเมื่อถูกเปรียบเทียบปรับแล้วจะไม่สามารถเป็นผู้บริหารของสถาบันการเงินไทยได้อีก ซึ่งเรื่องนี้จะไม่มีการทบทวนจะใช้เกณฑ์เดิมต่อไป

"สำนักงานก.ล.ต.ได้มีการประชุมกับบอร์ด ก.ล.ต.ครั้งที่แล้วได้มีการรายงานการปฏิบัติงานของก.ล.ต. ในเรื่องการดำเนินงานของก.ล.ต. ซึ่งทางบอร์ด ก.ล.ต.ต้องการให้ทางสำนักงานมีการทบทวนการลงโทษผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่มีการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขาย เพราะเกณฑ์เดิมนั้นใช้มานานถึง 10 ปีแล้ว จึงอยากให้ทบทวนให้มีความเข้มงวดมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถตอบได้ขณะนี้ว่าจะทบทวนอย่างไรได้บ้าง แต่คาดว่าจะเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจะประกาศเป็นแนวปฏิบัติของก.ล.ต. และจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบต่อไป" นายรพี กล่าว

นายรพี กล่าวว่า ก.ล.ต.หวังที่จะผ่านการประเมินภาพรวมภาคการเงินของไทย Financial Sector Assessment Program หรือ FSAP ซึ่งจะประเมินโดย World Bank และ IMF โดยจะเข้าจะประเมินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) .สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) และ ก.ล.ต. โดยคาดว่าจะมีการเข้าประเมินในปี 62 ซึ่งหากผ่านการประเมินนี้จะทำให้ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น จากที่ผ่านการประเมินดังกล่าว