วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TISCO - ซื้อ

กำไรปี 58ทรงตัวซึ่งดีกว่าคาด 7% คาดกำไรปี 59 เติบโต 13%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน : 

ประกาศกำไรปี 2558 เท่ากับปี 2557 ซึ่งดีกว่าคาด 7% :  TISCO รายงานกำไรปี 2558 เท่ากับ 4,250 ล้านบาทเท่ากับปี 2557 ซึ่งดีกว่าคาด 7% แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 19% หลังตั้งสำรองหนี้สูญเต็มจำนวนให้กับลูกหนี้กลุ่ม SSI โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6% จากการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มเป็น 3.4% จาก 2.9% ในปี 2557 และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งรายการหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมของธุรกิจจัดการกองทุนที่เพิ่มขึ้น 21% มาชดเชยรายได้ค่านายหน้าหลักทรัพย์ที่ลดลง 12% ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดที่ลดลง ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดีทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (cost to income ratio) ลดลงเหลือ 34.3% จาก 36.5% ในปี 2557

คุณภาพสินทรัพย์ทยอยฟื้นตัว : ผลกระทบจากตลาดรถยนต์ในประเทศที่อ่อนตัวลงตลอดปีเห็นได้จากในช่วง 11M58 ยอดขายรถยนต์ในประเทศลดลง 12% ส่งให้ยอดเงินให้สินเชื่อปลายปี 2558 อยู่ที่ราว 2.4 แสนล้านบาท ลดลง 9.3% จากสิ้นปี 2557 ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นจากการจัดชั้นลูกหนี้กลุ่ม SSI 100% คิดเป็นจำนวน 821 ล้านบาทใน 3Q58 ทำให้อัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3.2% จาก 2.6% ในปี 2557 (2.9%หากไม่รวม NPL กลุ่มลูกหนี้ SSI) อย่างไรก็ดี NPL จากสินเชื่อเช่าซื้อซึ่งมีสัดส่วนสูงที่สุดของพอร์ทสินเชื่อที่ 64% ของสินเชื่อรวม ณ ปลายปี 2558 เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับปลายปี 2557 โดยลดลง 2% เทียบกับเพิ่มขึ้น 33% ณ ปลายปี 2557 แสดงถึงสัญญาณคุณภาพสินทรัพย์ที่ทยอยฟื้นตัวส่วนจะฟื้นตัวช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศเป็นหลัก

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 50 บาท :   ฐานะเงินกองทุนของ TISCO ยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ ปลายปี 2558 เท่ากับ 17.86% และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) อยู่ที่ 13.86% ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดรถยนต์และตลาดสินเชื่อเช่าซื้อน่าจะเริ่มฟื้นตัวในปีนี้จะเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานในปี 2559 โดยคาดกำไรปี 2559 จะเติบโตราว 13% เป็น 4.8 พันล้านบาทราคาเหมาะสมซึ่งอิง ProspectP/BV ที่ระดับ 1.3 เท่าอยู่ที่ 50 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ฝ่ายวิจัยคาดเงินปันผลจ่ายปี 2558 เท่ากับปี 2557 ที่ 2 บาทคิดเป็น yield 4.9% ซึ่งอยู่ในระดับน่าสนใจทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”