บล.กสิกรไทย ประเมินหุ้นไทยปีนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,150-1,460 จุด ชูท่องเที่ยว-โรงพยาบาล-ค้าปลีกน่าลงทุน แนะเลี่ยงไอซีที-พลังงาน
นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวภายในกรอบแนวต้านที่ 1,450-1,460 จุด และแนวรับที่ 1,150-1,200 จุด EPS Growth เติบโต 14% หรือ 93 บาทต่อหุ้น จากปีก่อนที่ 82 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ ภาพตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนม.ค. - ก.พ. 59 นี้ คาดว่าจะมีความกังวลในเรื่องของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งประเมินว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมี.ค. 59 แต่หลังจากขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง ตลาดจะคลายความกังวล
"ในช่วงต้นปี เดือนม.ค.-ก.พ. 59 ตลาดหุ้นไทยจะยังเป็นขาลง เพราะในทุกครั้งที่มีการขึ้นดอกเบี้ย ตลาดจะตอบสนองในเชิงลบประมาณ 1-3 เดือน พร้อมกันนี้ยังมองว่าทางเฟดอาจจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมี.ค. ซึ่งก่อนหน้าอาจจะมีความกังวลและกดดันตลาดหุ้น แต่หลังจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย แล้วตลาดหุ้นจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และคลายความกังวลเอง"นายกวี กล่าว
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 1/2559 ยังมีปัจจัยกดดันในเรื่องของค่าเงินหยวนที่อ่อนค่า เป็นผลจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลกดดันต่อค่าเงินเอเซียให้อ่อนค่าตาม จะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นไทยในไตรมาสแรกของปียังมีความเสี่ยงอยู่มากจากปัจจัยภายนอกและเป็นช่วงขาลง อย่างไรก็ตามในส่วนของตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังมองว่าจะมีแนวโน้มฟื้นตัวหลังรับข่าวไปมากแล้ว แต่ทั้งนี้ อาจจะเป็นการปรับเพิ่มที่ไม่แรงมาก ซึ่งยังคงมีความผันผวนอยู่บ้าง โดยจะต้องจับตาการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ รวมถึงเศรษฐกิจจีนหลังจากการปฏิรูป
ทั้งนี้ แนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัว แต่อาจจะเป็นการฟื้นตัวแบบช้า ๆ ส่วนปัจจัยในประเทศในปีนี้ คาดว่าจะฟื้นตัวดีกว่าปีก่อน หลังจากสหรัฐฯ เร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ประกอบกับภาครัฐมีการแก้ปัญหาภัยแล้ง ทำให้ภัยแล้งปีนี้อาจลดลง
สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุน หากเป็นนักลงทุนที่เน้นลงทุนระยะกลางถึงยาวให้เริ่มลงทุนในช่วงครึ่้งหลังปีนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวดีขึ้น โดยแนะนำในกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตจากการท่องเที่ยว คือ กลุ่มสายการบิน แนะนำ AOT และ BA กลุ่มโรงแรม แนะนำ MINT CENTERL และ ERW กลุ่มโรงพยาบาลแนะนำ BH และ BDMS
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มค้าปลีกซึ่งจะได้รับผลดีจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แนะนำ HMRPO ROBINS GLOBAL อีกทั้งยังมีกลุ่มรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง สำหรับหุ้นน่าสนใจ คือ CK และSCC
ทั้งนี้ กลุ่มที่ชะลอการลงทุนยังคงเป็นในกลุ่มพลังงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวนและลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นช่วงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากแหล่งพลังงานใหม่ อาทิ ก๊าซธรรมชาติที่สามารถใช้ทดแทนน้ำมัน พร้อมกันนี้ ยังชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มสื่อสาร ซึ่งจะต้องจับตาดูการแข่งขันที่คาดว่าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับอาจจะต้องใช้เงินลงทุนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะทำให้กระทบต่อกำไรของบริษัทในกลุ่มสื่อสารอีกด้วย แต่ทั้งนี้หากต้องการลงทุนแนะนำ ADVANC








