จับตาจีน
คาดหุ้นไทยน่าจะตามหุ้นจีนวันนี้เช่นเดียวกับในภูมิภาค ปัจจัยภายในประเทศเป็นรองกว่าความวิตกของการที่ค่าเงินหยวนจะลดลงอีก ภายในประเทศงบเพิ่มเติมช่วยเหลือ SME อีก 2 พัน ลบ. เป็นปัจจัยบวก ทั้งโลกจับตาเฝ้ามองหุ้นจีนวันนี้ที่ไม่มีมาตรการหยุดการซื้อขายหุ้น หากหุ้นจีนกลับฟื้น หุ้นไทยก็มีโอกาสตาม
หุ้นเด่นวันนี้: TOP (ราคาปิด 62.75 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย Bloomberg 67.48 บาท)
เรายังคงชื่นชอบบมจ. ไทยออยล์ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงด้วยปัจจัยหนุนจากพรีเมียมต้นทุนน้ำมันดิบ Murbanของ TOP ซึ่งเป็นน้ำมันดิบ Light sweet ที่หดแคบลงเทียบราคาน้ำมันดิบดูไบ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันดิบของ TOP ลดลงและค่าการกลั่นปรับตัวดีขึ้นและยังลดค่าใช้จ่ายการสูญเสียในกระบวนการกลั่น (Fuel loss) ขณะที่ในมุมมองระยะสั้นเราคาด TOP จะรายงานผลประกอบการที่โดดเด่นในงวด 4Q58 หลังจากที่ค่าการกลั่น (GRM) ในภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้นจากงวด 3Q58 จากผลของฤดูกาลฤดูหนาวที่เป็นช่วงที่มีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปสูง ซึ่งสามารถหักล้างกับผลขาดทุนสต็อกบางส่วนที่จะเกิดขึ้นในงวดได้ และช่วยหนุนให้กำไรสุทธิทั้งปีของ TOP ในปี 2558 พลิกจากขาดทุนในปีก่อนหน้า 4.0 พันลบ.กลับมาเป็นกำไรได้อย่างแข็งแกร่งที่ 1.27 หมื่นลบ. ก่อนที่จะเติบโตต่อเนื่องอีก 8% มาอยู่ที่ 1.37 หมื่นลบ. อ้างอิงจาก Bloomberg consensus ราคาหุ้นปัจจุบันยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอีกราว 4.5% p.a. ในส่วนของ Price Pattern ของ TOP ยังคงอยู่ในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นจากที่ยังคงเกิดทั้ง Weekly & Monthly Buy Signal เพียงแต่ในระยะสั้นยังคงเป็น Daily Sell Signal อยู่ โดยปัจจุบันจุด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ของ TOP อยู่ที่ 65 บาท ซึ่งหากสามารถกลับขึ้นมาปิดตลาดเหนือ 65 บาทอีกครั้ง ก็จะทำให้กลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ และหาก TOP กลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่จริง คาดว่าจะได้เห็นการปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายสำคัญที่ 69.50 บาท (จุด Stop Loss ไม่มีเพราะ Price Pattern ของ TOP ยังคงเกิด Daily Sell Signal อยู่นั่นเอง) (แนวต้าน: 63.25, 64.00, 65.25; แนวรับ: 62.25, 61.50, 60.25)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• นายกฯ ยังยืนกรานแม้ชาวสวนยางกดดัน ชาวสวนยางรุกประท้วงกดดันรัฐบาลให้อุดหนุนหลังราคายางร่วงไปจุดต่ำรอบ 10 ปี ชาวสวนยาง 6 จังหวัดภาคใต้รวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐประกันราคายางให้ไม่ต่ำกว่า 60 บาทต่อ กก. เทียบกับต้นทุนที่ 62 บาทต่อ กก. ขณะที่ราคาปัจจุบันของยางแผ่นอยู่ที่ 34.05 บาทต่อ กก. (Bangkok Post)
• ตั้งงบ 1.98 พัน ลบ.เพื่อเอสเอ็มอีคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมวานนี้ได้เห็นชอบวงเงิน 1.98 พัน ลบ.เพื่อหนุนเอสเอ็มอีโดยจะแบ่งเงินเป็น 6 ส่วน ส่วนที่ใหญ่สุด 1 พัน ลบ.จะใช้ตั้งกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอีโดยเฉพาะที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือภาคการเกษตรที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ส่วนที่สอง 437 ลบ. ใช้สำหรับ ก.อุตสาหกรรม ก.พาณิชย์และ ก.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อใช้พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรบุคคล (Bangkok Post)
• หุ้นไทยต่ำสุดในรอบสองปี หุ้นไทยปรับตัวลดลงถึงระดับต่ำสุดในรอบสองปีประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าตามค่าเงินหยวนเพิ่มความกังวลต่อการชลอตัวของเศรษฐกิจที่อาจตามมา SET ลดลง 2.79% มาปิดที่ 1224.83 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.6 หมื่นลบ. โดยมีแรงขายมากในชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย (Bangkok Post)
• ททท. มองบวกต่อการท่องเที่ยวปี 59 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในระหว่างปี 59 มากยิ่งขึ้นและจะช่วยเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวได้ 8% จากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท (Bangkok Post)
• ADVANC(ปิด 134.50 บาท, ราคาเป้าหมาย 199 บาท) ได้ทำหนังสือถึง กสทช. เพื่อขอให้พิจารณาเลื่อนระยะเวลาการสิ้นสุดมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการมือถือบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ออกไปอีก 180 วัน เนื่องจากมีผู้ใช้บริการมือถือราว 11 ล้านเลขหมาย ที่ยังคงใช้บริการมือถือบนคลื่น 900ได้รับผลกระทบ จะเกิดปรากฏการณ์ซิมดับ ไม่สามารถติดต่อใช้มือถือได้ จึงต้องขอให้บอร์ด กทค.ขยายเวลาออกไป จากเดิมการใช้คลื่นจะสิ้นสุดลง เมื่อผู้ชนะประมูล 4 จีมาชำระเงินค่าประมูลงวดแรก และบอร์ด กทค.มีมติออกใบอนุญาต (ไทยรัฐ)
ความเห็น: เราเห็นว่าโอกาสน้อยที่ กสทช.จะยืดเวลาให้ เรามองไม่เห็นหนทางว่า ADVANC และผู้ชนะประมูลจะใช้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ร่วมกันได้อย่างไรแบบไม่ถูกฟ้อง อย่างไรก็ดีเราเชื่อลูกค้าที่ซิมดับส่วนใหญ่จะกลับมาใช้บริการค่ายเอไอเอสตามเดิมเพราะมีความติดแบรนด์อยู่
• GPSC (22.30 บ.) ตั้งงบลงทุนจำนวน 1.8 หมื่นลบ. ซึ่งจะมาจากเม็ดเงินจากการทำ IPO เมื่อช่วงกลางปี 2558 ราว 1.0 หมื่นลบ และส่วนที่เหลือจากการกู้ยืม เพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทฯ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนนับจากนี้ โดย GPSC ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเฉลี่ยปีละ 17% เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ระดับ 2,850 เมกะวัตต์ (Bangkok Post)
• KBANK (ปิด 144.00 บาท ราคาเป้าหมายปี 59 ที่ 205.00 บาท) วางแผนที่จะเพิ่มจำนวนลูกค้าดิจิตอลแบงกิ้ง 3.4 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งจะทำให้จำนวนลูกค้าดิจิตอลแบงกิ้งของธนาคารทั้งหมดอยู่ที่ 11.3 ล้านคน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตำแหน่งผู้ให้บริการดิจิตอลแบงกิ้งที่ใหญ่ที่สุดอิงจากจำนวนธุรกรรม นอกจากนี้ ธนาคารจะพัฒนาคุณสมบัติของ K-Mobile Plus ในไตรมาสนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งรวมถึงการถอนหรือจ่ายเงินผ่านบัตรเดบิตและการระงับบัตรในกรณีสูญหายหรือถูกขโมย (Bangkok Post)
ต่างประเทศ
• ตลาดหุ้นจีนเผชิญกับวันที่ตื่นเต้นเร้าใจในวันนี้เนื่องจากกลับมาซื้อขายหุ้นตามปกติโดยไม่ใช้กลไกหยุดการซื้อขายอัตโนมัติเพื่อจำกัดการเทขาย และทั่วโลกจับตามองว่าจีนจะปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนตัวลงต่อไปอีกหรือไม่ ทางการจีนได้ทำความประหลาดใจในช่วงหลังของวันพฤหัสโดยยกเลิกการใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์เพื่อระงับการซื้อขายในกรณีที่ตลาดมีความผันผวนมากหลังจากที่หุ้นร่วงมากกว่า 7% เป็นวันที่ 2 ของสัปดาห์นี้ (Reuters)
• ความกลัวเกี่ยวกับสงครามการลดค่าเงิน นักลงทุนกังวลว่าจีนจะดำเนินการช่วยเหลือผู้ส่งออกโดยปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นการส่งออกซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดวงจรการลดค่าเงินเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน (Reuters)
• ดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.9% เทียบกับเงินสกุลอื่นในตะกร้าเงิน โดยร่วงลง 1.4% อยู่ที่ 1.0929 ดอลลาร์สหรัฐเทียบกับเงินยูโรและลดลง 0.7% เทียบกับเงินเยนอยู่ที่ 117.63 เยน (Reuters)
• ราคาพันธบัตรสหรัฐขยับขึ้นเมื่อวันพฤหัส เปลี่ยนทิศทางหลังจากแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ในการซื้อขายช่วงเช้าเนื่องจากเทรดเดอร์มองว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงนั้นเกี่ยวกับความยุ่งเหยิงของตลาดทั่วโลกได้ขยายตัวมากเกินไป ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีล่าสุดลดลง 3/32 และมีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.190% เทียบกับในวันพุธที่อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.177% ส่วนราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีล่าสุดลดลง 14/32 และมีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.963% เทียบกับวันพุธที่อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 2.940% (Reuters)
สหรัฐ:
• หุ้นสหรัฐร่วงแรงต่อในวันพฤหัส จากที่หุ้นจีนร่วงหนักจนมาตรการหยุดการซื้อขายหุ้นทำงานเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์เดียวกัน และราคาน้ำมันร่วงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 12 ปี ธนาคารกลางจีนกำหนดค่าเงินหยวนต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจจีนเพิ่มขึ้น (Reuters)
• จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐร่วงสัปดาห์ที่แล้ว บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวในไตรมาส 4/58 จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง 10,000 คน มาอยู่ที่ 277,000 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ถือเป็นสัปดาห์ที่ 44 ติดต่อกันแล้วที่ตัวเลขดังกล่าวอยู่ต่ำกว่า 300,000 ซึ่งหมายความว่าตลาดแรงงานแข็งแกร่ง (Reuters)
• จำนวนคนงานที่ถูกปลดเดือน ธ.ค. ต่ำสุดในรอบ 5 ½ ปี บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดหาคนงานชั้นนำของโลก รายงานว่าผู้ว่าจ้างในสหรัฐ ประกาศแผนปลดคนงาน 23,622 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค. ต่ำที่สุดตั้งแต่ มิ.ย. 2000 และลดลง 24% จากเดือน พ.ย. และนับเป็นการปลดคนงานที่น้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์ (Reuters)
• จากการสำรวจของรอยเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์ คาดตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ที่จะประกาศคืนนี้ น่าจะมากกว่า 200,000 ตำแหน่ง ในเดือน ธ.ค. เทียบกับ 211,000 ในเดือน พ.ย. และตัวเลขอัตราว่างงานน่าจะไม่เปลี่ยนแปลงที่ 5% ต่ำสุดในรอบ 7 ½ ปี (Reuters)
ยุโรป:
• หุ้นยุโรปร่วงหนักในวันพฤหัส หลังจากจีนยอมให้เงินหยวนอ่อนค่าลงอีก อย่างไรก็ตามหลังจากทางการจีนประกาศ หยุดการใช้มาตรการหยุดการซื้อขายหุ้น ทำให้หุ้นยุโรปหยุดร่วง ความกังวลเศรษฐกิจจีนกดดัน หุ้นกลุ่มเหมืองแร่อย่างหนัก เนื่องจากจีนเป็นผู้บริโภคแร่โลหะมากที่สุดในโลก หุ้นส่งออกไปจีน เช่นยานยนต์ ร่วงแรงเช่นกัน (Reuters)
เอเชีย:
• PBOC กำหนดค่าเงินหยวนลดลงเป็นวันที่ 8 ติดต่อกันเมื่อวันพฤหัสบดีซึ่งยิ่งสร้างความวิตกกังวลต่อภาพรวมและความมั่นคงของเศรษฐกิจจีน โดยการปรับค่าเงินลงถึง 0.5% ในระหว่างวันที่กำหนดอัตราที่ตายตัวไว้นับเป็นการปรับลดมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. (Reuters)
• มาตรการ Circuit Breaker ยิ่งเพิ่มแรงกดดันในการขายหุ้นโดยนักลงทุนมองว่าการระงับการซื้อขายเป็นเวลา 15 นาทีหากตลาดปรับตัวลดลง 5% และระงับการซื้อขายตลอดทั้งวันหากปรับตัวลดลงเป็น 7% เป็นระดับที่น้อยและใกล้เคียงกันจนเกินไป จะเห็นได้จากการระงับการซื้อขายถึง 2 วันภายในสัปดาห์เดียว และเป็นการสร้างแรงกดดันในการขายหุ้นมากกว่าที่จะผ่อนคลายลง (Reuters)
• หุ้นญี่ปุ่นหลังปีใหม่ตกลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี 1995 โดยดัชนีนิเคอิตกลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าผู้เล่นในตลาดคาดการณ์ไว้ต่ำสุดของปี ก่อนช่วงปีใหม่ ผู้เล่นในตลาดหลายรายมองว่านิเคอิไม่น่าจะต่ำกว่า 18,000 จุด โดยตลาดน่าจะได้รับปัจจัยบวกจากผลประกอบการของบริษัทที่ดีขึ้น อัตราจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้นและแผนของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่จะซื้อหุ้นมูลค่าสามล้านล้านเยน (25.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปีซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาทองขึ้นยืนเหนือ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ครั้งแรกในรอบ 9 สัปดาห์วันพฤหัส เพราะดอลลาร์อ่อนค่าและนักลงทุนโยกเงินมาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นหลังกังวลเศรษฐกิจจีนว่าจะกระทบหุ้นโลก ราคาทองคำตลาดจรปรับขึ้น 1.3% แตะจุดสูงสุดรอบ 9 สัปดาห์ อยู่ที่ 1,108.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบ ก.พ. ปรับขึ้น 1.5% อยู่ที่ 1,107.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แตะจุดสูงสุดรอบ 9 สัปดาห์เช่นกัน (Reuters)
• ราคาน้ำมันดิบร่วงและจุดต่ำสุดรอบ 12 ปีก่อนที่จะเป็นลบลดลงวันพฤหัสโดยผู้ค้าบางรายเล่นเรื่องความผันผวนจากการกลัวอุปสงค์จากจีนและอุปทานที่ล้นเกินในสต็อก Brent ปิดลง 25 เซนต์อยู่ที่ 33.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังร่วงในช่วงการซื้อขายของตลาดยุโรปเหลือ 32.16 ดอลลาร์ น้ำมันดิบสหรัฐลดลง 50 เซนต์ปิดที่ 33.47 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังได้ไปแตะจุดต่ำสุดนับแต่ปี 46 ที่ 32.10 ดอลลาร์ Reuters)









