ราคาถูกอย่างไม่น่าเป็นไปได้...หรือความกลัวอยู่เหนือพื้นฐานที่แข็งแกร่ง?
ประเด็นการลงทุน
เรามีการจัดโรดโชว์กับทางผู้บริหารของ BR โดยจากมุมมองของผู้บริหารยิ่งทำให้เรามั่นใจในการเติบโตของผลประกอบการของบริษัท โดยเราคิดว่าบริษัทจะเติบโตเป็นรูปแบบของ U-shape โดยเรามองว่า ใน ไตรมาส 3/58 จะเป็นจุดต่ำสุด ไตรมาส 4/58 ทรงตัว และครึ่งแรกของปี 2559 จะค่อยๆฟื้นตัวก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาแรงในครึ่งปีหลังของปี 2559 ที่เรามองภาพอย่างนั้นเพราะว่าประเด็นแรกปี 2559 เรามองภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวซึ่งจะส่งผลบวกต่อกำลังการบริโภคของเนื้อเป็ดที่จะฟื้นตัวกลับมาและทำให้ตัวปริมาณและราคาขายของบริษัทกลับมาระดับที่ควรจะเป็น เนื่องจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากหลายๆปัจจัย นอกจากนั้นแล้วปัจจัยที่จะส่งผลต่อการเติบโตอื่นๆจะมาจาก 1. การเข้าไปทำธุรกิจอาหารบริการด่วน (QSR) 2. มีการขยายตลาดไปต่างประเทศ 3. การขยายกำลังการผลิตตามแผน IPO
โดยรวมแล้วจากแผนงานต่างๆที่เราได้กล่าวไป เราคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ระหว่างปี 2559-2663 จะอยู่ที่ 18% ต่อปี นอกจากนั้นดีลที่บริษัทกำลังศึกษาเพื่อจะลงทุนในประเทศจีนซึ่งเราคิดว่าคงจะได้ข้อสรุปในไม่ช้าจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนการเติบโตของบริษัท อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นผู้บริหารค่อนข้างจะมั่นใจในเรื่องของการปรับขึ้นอัตราการจ่ายเงินปันผลซึ่งปัจจุบันนโยบายขั้นต่ำอยู่ที่ 50% ถ้าได้รับการอนุมัติ ณ ราคาหุ้นที่ซื้อขายกันปัจจุบันจะคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่มากกว่า 7% ซึ่งถือว่าสูงมาก ส่งผลให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” BR ด้วย 3 ปัจจัยหลักทั้งราคาถูก, ปันผลสูงและเติบโตดี ประเด็นหลักสามารถสรุปได้ดังนี้
ผลประกอบการได้แตะจุดต่ำสุดไปแล้ว––ปี 2559 ฟื้นตัวดีขึ้น
ผลประกอบการของ BR ได้แตะจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2558 และจะสามารถฟื้นตัวในปี 2559 โดยธุรกิจในประเทศเนเธอร์แลนด์เริ่มเห็นสัญญานที่ดีขึ้นจากทั้งตัวราคาและปริมาณการขายที่ดีขึ้นในไตรมาส 4/58 แต่ยังคงได้รับผลกระทบการแปลงค่าเงินกลับมาเป็นสกุลบาทเมื่อเทียบ YoY อย่างไรก็ตามเราคิดว่าผลกระทบของค่าเงินยูโรที่อ่อนตัวลงจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงมากในปีหน้าอย่างเช่นในปีนี้ เนื่องจากได้มีการปรับตัวสร้างฐานใหม่ที่ต่ำในปีนี้เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากปีนี้ภาพรวมของค่าเงินโดนกระทบจากหลายเรื่องทำให้ต้องเผชิญกับความผันผวนค่อนข้างมาก ส่วนธุรกิจในประเทศไทยเราเชื่อว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจะช่วยหนุนการบริโภคเนื้อเป็ดและส่งผลให้สามารถปรับราคาขึ้นได้
…รุกเข้าสู่ธุรกิจอาหารบริการด่วน รวมทั้งโอกาสในการควบรวมกิจการ – กลยุทธ์ต่อยอดความสำเร็จ
บริษัทวางแผนรุกเข้าสู่ธุรกิจอาหารบริการด่วน (QSR) โดยที่เริ่มดำเนินการไปแล้วคือการเซ็นสัญญากับโอปองแปงซึ่งตอนนี้อาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบเป็ดของ BR ก็ได้อยู่บนเมนูของโอปองแปงเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น BR กำลังเจรจากับผู้ประกอบการรายอื่นอย่าง MINOR OISHI และ McDonalds ซึ่งการเจรจากับ McDonalds คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/59 และเริ่มออกสินค้าในครึ่งหลังของปี 2559 โดยสินค้าเริ่มต้นเปิดตลาดจะเป็นโจ๊กเป็ดและเบอเกอร์เป็ด โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจนี้จะสามารถสนับสนุนรายได้ของบริษัทให้ปรับตัวสูงขึ้นอีกมากกว่า 5% จากระดับปกติ อีกทั้งเรามองว่าการรุกเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นรวม เนื่องจากธุรกิจอาหารบริการด่วนมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 30-40% เมื่อเทียบกับธุรกิจปกติของบริษัทซึ่งอยู่ที่ 20-25% สำหรับโอกาสอื่นๆ ผู้บริหารชี้ว่าบริษัทวางแผนเข้าซื้อหุ้นประมาณ30% ของผู้ประกอบการธุรกิจเป็ดในประเทศจีน ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในไตรมาส 1/59
ธุรกิจร่วมทุนกับผู้ประกอบการอินโดนิเซีย ––บุกเบิกตลาดใหม่
BR กำลังเข้าร่วมมือกับบริษัทที่พันธมิตรในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อร่วมกันจัดตั้งธุรกิจเป็ดครบวงจร โดยบริษัทคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาร่วมทุนในไตรมาส 1/59 และจะเริ่มก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ที่มีกำลังการผลิต 3.6 ล้านตัวต่อปี (หรือเทียบเท่าประมาณ 20% ของกำลังการผลิตในประเทศไทยทั้งหมด) บริษัทคาดว่าโครงการนี้จะสามารถเริ่มดำเนินการภายในต้นปี 2561 โดยการร่วมมือกันครั้งนี้จะทำให้เนื้อเป็ดของ BR สามารถส่งออกไปยังแหล่งกระจายสินค้าของพันธมิตรทั้งร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีมากถึง 15,000 สาขาทั่วประเทศ เราคิดว่าตลาดอินโดนีเซียเป็นตลาดที่น่าสนใจเนื่องจากไม่มีการบริโภคเนื้อหมูทำให้สามารถตัดคู่แข่งไปได้หนึ่งชนิด อีกทั้งการบริโภคเนื้อเป็ดยังเป็นที่นิยม บริษัทยังสมารถต่อยอดในการส่งสินค้าไปยังประเทศที่มีมาตรการกีดกันเนื้อเป็ดจากไทยอย่าง ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ได้โดยใช้ฐานการส่งออกจากประเทศอินโดนีเซียถือว่าภาพตลาดจะเปิดกว้างขึ้น
การขยายกำลังผลิต ––ปัจจัยหนุนการเติบโตระยะยาว
โรงฆ่าสัตว์แห่งใหม่ในจังหวัดสระแก้วจะเริ่มมีการก่อสร้างในครึ่งแรกปี 2559 และ เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4/60 ซึ่งบริษัทคาดว่าโรงฆ่าสัตว์ดังกล่าวจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นปีละ 9 ล้านตัว (หรือเทียบเท่ากับ 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในปัจจุบัน) ทั้งนี้เป้าหมายของโรงงานใหม่นี้จะอยู่ที่ตลาดต่างจังหวัดและเป็นจุดศูนย์กลางในการกระจายสินค้าไปตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา และพม่า เนื่องจากในปัจจุบันตลาดของบริษัทส่วนใหญ่มาจากในพื้นที่ตอนกลาง เพราะฉะนั้นการขยายตลาดแห่งใหม่นี้จะช่วยเปิดตลาดของบริษัทในต่างจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น








