"สมคิด" เผยที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี และเป็นของขวัญปีใหม่กับประชาชน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 58 ว่า มาตรการนี้ เป็นไปตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ของขวัญปีใหม่กับประชาชน และช่วยจูงใจให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในระหว่างวันที่ 25 -31 ธ.ค.58 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาทโดยขั้นตอนจากนี้กรมสรรพากรจะออกประกาศให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
"ช่วงเวลานี้ ประชาชนมีความต้องการซื้อสินค้าต่างๆ เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ กระทรวงการคลังก็มองว่าไหนๆก็มีการซื้อสินค้ากันอยู่แล้ว ก็จะจูงใจให้เกิดการบริโภค ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งรอกรมสรรพากรออกประกาศตามเวลาที่กำหนดไว้"
สำหรับมาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 58 ที่ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในระหว่างวันที่ 25 -31 ธ.ค.58 จากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยให้ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการเป็นใบกำกับภาษี เต็มรูปแบบตาม ม.86/4 แห่งประมวลภาษีรัษฎากร แต่ไม่รวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ
ทั้งนี้ เมื่อรวมกับมาตรการตามกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับก่อนหน้านี้ตั้งแต่วัน ที่ 16 ธ.ค. ถึงวันที่ 31 ธ.ค.58 กรณีเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าโรงแรมภายในประเทศ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ทำให้กระทรวงการคลังมีมาตรการภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 58 รวม 2 มาตรการ จำนวน 30,000 บาท โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังจะแถลงเปิดกล่องของขวัญอย่างเป็นทางการที่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้









