ธนาคารออมสิน คาด สินเชื่อของแบงก์ปี 2559 ขยายตัว 3% ขณะที่กำไรสุทธิโต 3.6% พร้อมประเมินจีดีพีปีหน้าอยู่ที่ 3-3.5%
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 4% หรือคิดเป็น 1.875 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 57 ที่ 1.8 ล้านล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL คาดอยู่ที่ 1.8% ส่วนในปี 2559 คาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวได้ 3% หรือคิดเป็น 1.93 ล้านล้านบาท ด้านเงินฝากเติบโต 3% หรืออยู่ที่ 2.09 ล้านล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.03 ล้านล้านบาท ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมในปี 59 คาดว่าจะเติบโต 20.1% หรือคิดเป็น 5,800 ล้านบาท จากปีนี้ที่ 4,830 ล้านบาท
"ในปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3-3.5% สูงขึ้นจากปีนี้ที่ 2.7% ซึ่งมองว่าธนาคารจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่คาดว่าเงินจะเริ่มทยอยเข้าสู่ระบบในช่วงต้นปีหน้า"นายชาติชาย กล่าว
สำหรับหนี้เสียในปีหน้า คาดว่าจะขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2% จากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.8% ซึ่งธนาคารมั่นใจว่าหนี้เสียที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นธนาคารยังสามารถควบคุมได้ ขณะที่ในระบบสถาบันการเงินคาดว่าเอ็นพีแอลจะอยู่ที่ 3%
ทั้งนี้ ในปี 2559 ธนาคารคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 17,200 ล้านบาท เติบโต 3.6% จากปีนี้คาดมีกำไรสุทธิ 16,600-19,000 ล้านบาท โดยปีหน้า ธนาคารมองว่า ธนาคารออมสินจะเป็นแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สำคัญ จากมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟท์โลน ดอกเบี้ย 4% ผ่านช่องทางธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท จากเดิม 50 ล้านบาท เพื่อกระจายสู่รายย่อยเพิ่มมากขึ้น
สำหรับผลการดำเนินการในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารมีกำไรสุทธิหลังหักสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 18,953 ล้านบาท มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 53,498 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2,309 ล้านบาท มาจากการบริหารพอร์ตสินทรัพย์และหนี้สินให้สอดคล่องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดและสภาพคล่อง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและเงินรางวัลต่ำกว่าปีก่อนมากกว่าสัดส่วนการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย แม้ว่าปีนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 0.18% และนำเงินส่งเข้ากระทรวงการคลังและนำส่งระหว่างกาลรวม 16,607 ล้านบาท
ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ อยู่ที่ 4,005 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากธุรกิจบัตรและบริการอิเล็กทรอนิกส์ ค่านายหน้า และรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ สำหรับการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ยังคงสูงต่อเนื่องจากปี 57 ทำให้สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นสุทธิ 66,913 ล้านบาท หรือขยายตัว 3.71% แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวบ้าง แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีส่วนสำคัญในการช่วยให้สินเชื่อของธนาคารขยายตัวได้
"ในปีนี้คาดว่าเอ็นพีแอลจะลดลงมาอยู่ที่ 1.8% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.97% หรือ 36,777 ล้านบาท โดยเอ็นพีแอลที่ลดลงจะมาจากการออกมาตรการช่วยเหลือ ไกล่เกลี่ย และปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระของลูกค้า" นายชาติชาย กล่าว









