TU ซื้อ, LPN ถือ, BAFS ซื้อ
TU ซื้อ ราคาพื้นฐาน 21.70 บาท
TU : นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าทางบริษัทได้ทำสัญญาซื้อหุ้น 51% ของบริษัท รูเก้น ฟิช เอจี จำกัด ผู้นำตลาดอาหารทะเลกระป๋องในประเทศเยอรมนี พร้อมแบรนด์ฮาเว็สต้า จากตระกูลบริ๊งค์มานน์ คาดจะดำเนินการซื้อหุ้นแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ม.ค. 2559 ทั้งนี้บริษัทกำหนดมูลค่าซื้อหุ้นของบริษัทรูเก้น พิช เอจี เท่ากับ 6.5 เท่าของกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBITDA) ของบริษัท รูเก้น ฟิช เอจี ซึ่งบริษัทนี้มีรายได้ 140 ล้านยูโร หรือราว 5,600 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)
LPN ถือ ราคาพื้นฐาน 19.00 บาท
LPN : นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสที่ 4/58 เป็นไปตามที่คาดไว้ และบริษัทมั่นใจว่ารายได้ทั้งปีจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 16,000 ล้านบาท ซึ่งผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรก บริษัทมีรายได้แล้ว 13,436.78 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,125.37 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย (Presale) ล่าสุดอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15,000-16,000 ล้านบาท โดยมาจากการเปิดโครงการใหม่ และโครงการเก่าที่มีอยู่ในมือ ทั้งนี้เบื้องต้นบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือที่ 11,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปี 2559 ทั้งหมด และมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2559 จะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (ข่าวหุ้น)
BAFS ซื้อ ราคาพื้นฐาน 32.00 บาท
BAFS : ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทมีโอกาสที่จ่ายปันผลพิเศษให้กับผู้ถือหุ้น จากการขายหุ้นของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) ให้กับทางบริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA และบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รวมจำนวนทั้งสิ้น 8,628,742 หุ้น ในราคาหุ้นละ 80 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 690,299,360 บาท โดยจะทำให้ BA เข้ามาถือหุ้น FPT ในสัดส่วน 7% และ PTG ถือหุ้นสัดส่วน 9.5% ขณะที่ภายหลังการขายหุ้นดังกล่าว BAFS จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน FPT ลดเหลือ 75% จากเดิมที่ถืออยู่ 91.5% (ข่าวหุ้น)
SAMCO : นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) เผยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาสที่ 4/58 จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากไตรมาสก่อนที่มีรายได้ 474.57 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 48.46 ล้านบาท และเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 412.94 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 44.51 ล้านบาท เนื่องจากมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบอย่างต่อเนื่อง ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ 1,150.05 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 99.99 ล้านบาท ซึ่งบริษัทประเมินว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตราว 30% จากปีก่อน (ข่าวหุ้น)









