วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มสื่อสาร : หลังจบประมูล 4G…การแข่งขันจะดุเดือดมากขึ้น

การประมูลใบอนุญาต 4G ทั้งย่านความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz จบเรียบร้อยแล้ว

โดยผลประมูลย่านความถี่ 1800 MHz สองใบอนุญาตเสร็จสิ้นในวันที่ 23 พ.ย.2015 จำนวนความกว้างใบละ 15 MHz ผู้ชนะคือ ADVANC (ราคา 40,986 ล้านบาท) และ TRUE (39,792 ล้านบาท) ซึ่งใบอนุญาตคลื่นนี้มีเงื่อนไขการชำระเงิน 50% ภายหลังประมูล 90 วัน, ชำระ 25% ในปีที่ 2 และที่เหลือ 25% ในปีที่ 3 สำหรับการประมูลย่านความถี่ 900 MHz สองใบแล้วเสร็จเมื่อ 19 ธ.ค.2015 โดยย่านนี้มีความกว้างใบละ 10 MHz ผู้ชนะคือ JAS (ราคา 75,654 ล้านบาท) และ TRUE (ราคา 76,298 ล้านบาท) โดยเงื่อนไขการจ่ายชำระเงิน คือ หลังเสร็จสิ้นการประมูลจ่าย 8 พันล้านบาท, ปีที่ 2 และ 3 จ่ายปีละ 4 พันล้านบาท และปีที่ 4 จ่ายส่วนที่เหลือ 

TRUE : เป็นบริษัทที่มีความมั่นคงเรื่องคลื่นความถี่ที่มีอยู่ในมือมากที่สุด โดยมีทั้งหมด 55 MHz และใบอนุญาตที่มีอายุ 12-18 ปีมีทั้งหมด 40 MHz แต่ก็มีภาระตัดจำหน่ายค่าใบอนุญาตสูงมากตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไป (ค่าตัดจำหน่าย 2 ใบอนุญาตที่ได้มาใหม่อยู่ที่ 7,297 ล้านบาท/ปี) ซึ่งสูงกว่ากำไรสุทธิที่บริษัททำได้ในงวด 9M15 อยู่ที่ 4.07 พันล้านบาท จึงคาดว่าในปี 2016 TRUE จะแสดงผลขาดทุนทางบัญชีและอาจขาดทุนต่อในปี 2017 รวมทั้งมีโอกาสที่จะเพิ่มทุนอีกรอบเพื่อนำเงินมาชำระค่าใบอนุญาตใหม่ที่ได้มา 2 ใบ (รวม 1.16 แสนล้านบาท)

ADVANC : มีความมั่นคงเรื่องคลื่นความถี่ที่จะให้บริการระดับปานกลางที่ 30 MHz โดยมีอายุใบอนุญาตอีก 18 ปีในย่าน 1800 และ 2100 MHz และอาจจะขอเช่าคลื่นจาก TOT ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อพัฒนาบริการ 4G ข้อดีของการที่บริษัทไม่ได้ใบอนุญาตในราคาสูงกว่า 7 หมื่นล้านบาท คือ ไม่ต้องมีจ่ายค่าใบอนุญาตและตัดจำหน่ายใบอนุญาตที่สูง เดินหน้าลงทุนพัฒนาบรอดแบนด์ได้เต็มที่ต่อไป และยังจ่ายปันผลได้ดีในปี 2016 แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องการให้บริการในพื้นที่ที่เหมาะสมกับคลื่น 900 MHz ที่จะด้อยลงและลูกค้าอาจย้ายค่ายไปอยู่กับค่ายอื่นแทน และอาจทำให้ผลประกอบการตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นไปไม่เติบโต/จำกัดมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการจ่ายปันผลในระยะยาว

DTAC : มีความมั่นคงในคลื่นที่ให้บริการต่ำเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าที่มีอยู่ เพราะสัมปทานของตัวเองจะหมดในอีก 3 ปีข้างหน้าจำนวน 35 MHz และส่วนที่เช่าจาก CAT บนคลื่น 1800 MHz อีก 20 MHz ที่ยังไม่ได้ใช้งานก็จะหมดสัมปทานด้วยเช่นกัน (หมดในปี 2018) บริษัทจะเหลือคลื่นเพียง 15 MHz บนย่านความถี่ 2100 MHz ที่จะให้บริการได้อีก 18 ปี ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอกับลูกค้า 25 ล้านรายในปัจจุบัน นอกจากนั้น DTAC เป็นผู้ประกอบการรายเดียวที่ไม่มีบรอดแบนด์ ดังนั้นบริษัทต้องประมูลใบอนุญาตใหม่เข้ามาหรือไม่ก็ต้องเช่าเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ แต่ด้วยสถานะที่เป็นอยู่ก็มีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะย้ายไปใช้บริการค่ายอื่น

JAS : เป็นรายใหม่ที่เข้ามาทำธุรกิจ โดยมีค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาต 4G ย่าน 900 MHz ปีละ 5 พันล้านบาท/ปี เป็นระยะเวลา 15 ปี ขณะที่ยังไม่มีฐานลูกค้ามือถือเลย สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ บริษัทจะต้องเพิ่มทุน (อาจจะจากผู้ถือหุ้นเดิมและ/หรือจากพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งตามกระแสข่าวระบุว่าเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ของเกาหลี), บริษัทจะขาดทุนทางบัญชีในช่วงหลายปีแรก ทั้งนี้ในช่วง 9M15 บริษัทมีขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 3.36 พันล้านบาท แต่เนื่องจากมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ 1.8 หมื่นล้านบาทจึงทำให้เป็นกำไรสุทธิบรรทัดสุดท้าย 1.4 หมื่นล้านบาท และจะมีการออกโปรที่ Aggressive เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ

คำแนะนำการลงทุน : ในระยะสั้นมาก ราคาหุ้นกลุ่มสื่อสาร (ADVANC, INTUCH, DTAC, TRUE, JAS) จะลดลงก่อนเพราะราคาใบอนุญาต 4G สูงเกินคาด ทำให้มีภาระจ่ายชำระเงิน, ตัดจำหน่ายค่าใบอนุญาตต่อปี และดอกเบี้ยจ่ายที่จะเพิ่มขึ้นมากเกินคาด ส่งผลให้คาดว่า TRUE และ JAS จะขาดทุนสุทธิทางบัญชีไปอีกหลายปี การแข่งขันตัดราคาในอุตสาหกรรมจะสูงขึ้นเพราะ JAS เข้ามาใหม่และยังไม่มีฐานลูกค้าเลย จึงต้องออกโปรจูงใจเพื่อดึงลูกค้าเข้ามา ด้าน TRUE ก็เช่นกัน ต้องพยายามขยายส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากและเร็วเพื่อรองรับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่ายเดิมทั้ง ADVANC, DTAC ก็ต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ฝ่ายวิจัยฯ DBSV ปรับลดน้ำหนักการลงทุนเป็น Underweight โดยประเมินราคาพื้นฐานของ ADVANC ใหม่เท่ากับ 173 บาท และ INTUCH เท่ากับ 70.50 บาท (วิธี Target NAV) แนะนำ Fully Valued ส่วน DTAC มีราคาพื้นฐาน 31.50 บาท แนะนำขาย ด้าน TRUE และ JAS เป็น Not Rated แต่มีมุมมองในทางลบ