โตแกร่งในไทยพร้อมขยายตัวต่อในประเทศเพื่อนบ้าน
คงนโยบายขยายสาขาเชิงรุก
SAWAD ยังคงนโยบายขยายสาขาแบบเชิงรุก จากเดิมที่มีอยู่แล้ว ณ สิ้นงวด 3Q58จำนวน1,461แห่ง ให้เพิ่มเป็น 1,600 แห่ง ภายในปี 58 นี้ และจะขยายตัวต่อเนื่องเป็น 2,000 แห่ง ภายในปี 59 เพื่อรองรับการขยายธุรกิจหลัก (สินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นทะเบียนรถ บ้าน ที่ดิน) นอกจากนี้ยังมีแผนจะขยายธุรกิจเสริม ด้วยการซื้อหนี้มาบริหารเพิ่มอีก 1-2 พันล้านบาท โดยคาดบริษัทจะจัดหาแหล่งเงินทุนในการขยายธุรกิจด้วยการกู้ยืม เพราะปัจจุบันมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 1.8 เท่า จึงยังมีโอกาสในการกู้เพิ่มเติมได้อีกมาก หากเทียบกับนโยบายของบริษัทที่ตั้งกรอบ D/E ratio ไว้ที่ 4 - 4.5 เท่า
คาดกำไร 4Q58 ทำสถิติสูงสุด
หลังกำไรงวด 9M58 อยู่ที่ 939 ล้านบาท(+60% YoY) กำไรในงวด 4Q58 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง และน่าจะเป็นจุดสูงสุดของปี โดยมีปัจจัยหนุนจากฤดูกาล ที่ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่ผู้บริโภคมักมีการจับจ่ายใช้สอยสูงกว่าช่วงอื่นๆ ขณะที่รายได้ไม่ได้เพิ่ม จึงเชื่อว่าจะยังมีความต้องการสินเชื่อสูงขึ้น แต่สถาบันการเงินยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อซึ่งคาดจะส่งผลดีต่อ SAWAD ที่มีลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ ทำให้เราคงประมาณการกำไรปี 58ไว้ที่ 1.26 พันล้านบาท (+48% YoY)
มี upside จากแผนขยายธุรกิจไปตลาดใหม่ๆใน CLMV
บริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยอยู่ระหว่างพิจารณาลงทุนในเวียดนาม พม่า และกัมพูชา แต่เชื่อว่าน่าจะเห็นความคืบหน้าจากเวียดนามก่อน เพราะปัจจุบันได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในเวียดนามแล้ว แต่จะต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการไฟแนนซ์ก่อน จึงจะเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าจะทำธุรกิจเช่าซื้อรถกระบะ มอเตอร์ไซด์ รวมทั้งธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอไซด์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความถนัด เพราะเล็งเห็นว่าคนเวียดนามมีการใช้มอเตอร์ไซด์เป็นจำนวนที่สูงกว่าในไทยมาก โดยคาดว่าหากได้รับอนุญาต จะยังไม่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการปี 59 ที่เป็นระยะแรกของการก่อตั้ง แต่จะช่วยรักษาการเติบโตระยะยาว
แนวโน้มกำไรในปี 58 – 59 โตแกร่งราคาหุ้นยังไม่แพง แนะนำ “ซื้อ”
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 59 ไว้ที่ 55.00 บาท (วิธี GGM ที่อิง Ke 13.7%, g 12.5%) เนื่องจาก 1) คาดกำไรปี 58-59 จะเติบโตในอัตราเฉลี่ยสูงถึง 41%2) มีธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม คือธุรกิจตามหนี้และนาโนไฟแนนซ์ ที่คาดจะยังมีรายได้ไม่มากในปีนี้ แต่ช่วยเสริมรายได้ในระยะยาว 3) ราคาหุ้นยังถูกกว่าคู่แข่ง เพราะปัจจุบันหุ้น SAWAD ซื้อขายที่ PEG 0.87 เท่า โดยคาดมี ROE ปี 59ราว 32% ขณะที่ MTLS ซื้อขายที่ PEG 1.46 เท่า แต่มี ROE ปี 59(อิง Bloomberg consensus) ที่ 19%ซึ่งต่ำกว่า SAWAD และ 4) มี upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการจากแผนขยายธุรกิจใน CLMV






