วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ERW - ซื้อ

Laggard & Turnaround

ปี 2559 ตั้งเป้ารายได้ขยายตัว 12% ตามการท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง บวกกับมีรายได้เพิ่มจากโรงแรมใหม่ ด้านราคายัง laggard เทียบกับ MINT และ CENTEL อีกทั้งมี upside 29% ยังแนะนำซื้อ มั่นใจ 4Q58 มีกำไร และสูงต่อเนื่องใน 1Q59 

ท่องเที่ยวสดใส & โรงแรมใหม่ หนุนปี 2559 เติบโตต่อเนื่อง

ผู้บริหารมีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินงานปี 2559 ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรมเติบโต 12% จากปี 2558 ที่คาดขยายตัว 28% หรือประมาณ 5.2 พันล้านบาท (สอดดล้องกับที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้) แรงขับเคลื่อนมาจากภาคท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง โดยประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทย32-33 ล้านคน เพิ่มจากปีนี้ที่น่าจะทำได้ 30 ล้านคน จะผลักดันให้ธุรกิจโรงแรมในกลุ่มฯ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 80% เทียบกับ 75% ในปีนี้ และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) เพิ่มขึ้น 2% (หากไม่รวมโรงแรมใหม่ HOPP ซึ่งมีอัตราค่าห้องพักต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก คาด RevPar เพิ่มขึ้น 9%)

นอกจากนี้ยังมีการสร้างรายได้เต็มปีของ 5 โรงแรมใหม่ที่เปิดตลอดช่วงปี 2558 สำหรับงบการลงทุนปีหน้าตั้งไว้ 1 พันล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาโรงแรมระดับ Budget ภายใต้แบรนด์ HOPP INN ในไทย 10 แห่ง และฟิลิปปินส์ 1 แห่ง รวมกว่า 900 ห้องที่จะเปิดตลอดปี 2559 แหล่งเงินทุนมาจากเงินทุนหมุนเวียนภายใน เงินกู้ยืม รวมถึงการขายสินทรัพย์โรงแรมเข้ากอง REIT ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณายังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับการบันทึกกำไรขายสินทรัพย์ จึงยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ

ฟันธง 4Q58 มีกำไร

ทิศทางผลประกอบการ 4Q58 ยังเป็นไปตามที่เคยนำเสนอ โดยจะฟื้นตัวชัดเจนจาก 3Q58 และ4Q57 สะท้อนได้จากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยล่าสุดเดือน ต.ค. – 10 พ.ย. 2558 เฉลี่ยอยู่ที่ 70% และคาดจะเพิ่มมากขึ้นใน ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ดีสุดของไตรมาสสุดท้าย ทำให้เบื้องต้นบริษัทประเมินอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของทุกโรงแรมงวด 4Q58 อยู่ที่ 79% และ RevPar เพิ่มขึ้น 4% yoy บวกกับการสร้างรายได้บางส่วนจากการเปิดโรงแรม HOPP INN ใหม่ 5 แห่ง (พิษณุโลก เปิด ส.ค. ที่ผ่านมา, นครศรีธรรมราช และ ตรัง เปิด พ.ย. นี้ ส่วน สุราษฏร์ฯ และ กระบี่ เตรียมเปิด ธ.ค. 2558) รวม 395 ห้อง ทำให้คาดรายได้ธุรกิจโรงแรมงวด 4Q58 น่าจะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท และมีกำไร 70-80 ล้านบาท โดยทั้งปี 2558 คาดกำไร 172 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนปกติ 173 ล้านบาทในปี 2557

ราคาหุ้นยัง Laggard

ในช่วงกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ MINT และ CENTEL ปรับตัวขึ้นไป 34% และ 27%ตามลำดับ ขณะที่ ERW ปรับตัวเพียง 12% สะท้อนให้เห็นว่าราคาหุ้นยัง Laggard อีกทั้ง Fair Value ปี 2559 (อิง DCF-WACC 8.7%) ที่ 5.30 บาท มี upside 29% บวกกับแนวโน้มผลประกอบการที่จะเห็นการ Turnaround ใน 4Q58 และต่อเนื่อง 1Q59 จึงแนะนำ ซื้อ สำหรับ ERW