วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TRC - ซื้อเก็งกำไร

งานโปแตช อาจใหญ่กว่าตลาดคาด

ประเด็นการลงทุน

คาดราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นในช่วง 1-2 เดือนจากนี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก 1) การได้รับ (award) งานใหญ่อย่างโครงการโปแตช คาดบริษัทจะได้รับงานราว 30,000-40,000 ล้านบาท มากกว่าที่ตลาดทำประมาณการที่ราว 20,000 ล้านบาท หนุนให้กำไรมีแนวโน้มมากกว่าคาด 2) แนวโน้มรายได้และกำไรในปีหน้าจะเติบโตกว่าเท่าตัว 3) ภาพการประมูลงานขนาดใหญ่อื่นๆเริ่มใกล้เข้ามา เช่นงาน ท่อส่งก๊าซเส้นที่ 5 ของ PTT และงานของโรงงานยาสูบ ซึ่งมีมูลค่ารวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมถึงโครงการลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน คาดจะเห็นความชัดเจนในช่วง 1H16

คาดรายได้ปีหน้าเติบโต 150%

คาดปีหน้ารายได้ของบริษัทเติบโตราว 150% เป็น 8,700 ล้านบาท โดยรายได้ราว 5,000 ล้านบาท จะมาจากงานประมูลใหม่และ backlog ในมือที่มีอยู่เป็นจำนวนมากราว 6,800 ล้านบาท และรายได้อีกราว 3,700 ล้านบาท คาดมาจากงานเหมืองโปแตช ที่คาดบริษัทจะได้รับงานราว 30,000-40,000 ล้านบาท ในช่วง 1Q16 โดยบริษัทจะยื่นประมูลงานนี้ในช่วงสัปดาห์หน้า

จับตางานประมูลปีหน้า

เรามองว่าในปีหน้าจะมีการประมูลงานท่อส่งก๊าซเส้นที่ 5 ของ PTT เราประเมินมูลค่าที่บริษัทมีโอกาสได้รับงานเบื้องต้นราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่าโครงการนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความจำเป็นต้องใช้ในการส่งก๊าซจากจุดรับก๊าซของ PTT ฝั่งตะวันออก ไปยังฝั่งตะวันตกหากบริษัทได้รับงาน คาดจะเห็นการรับรู้รายได้ตั้งแต่ 2017 เป็นต้นไป และนอกจากนี้ยังมีโครงการจากโรงงานยาสูบมูลค่าราว 5,600 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 สัญญา

เปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ลงทุน

ผู้บริหารยืนยันถึงแผนงานที่ต้องการให้บริษัทก้าวข้ามจากการเป็นผู้รับเหมาไปสู่การเป็นผู้ลงทุน โดยมีเป้าหมายทั้งสิ้น 4 โครงการภายในปี 2019 ซึ่งปัจจุบันมีแล้ว 1 โครงการได้แก่การลงทุนใน บมจ.อาเซียนโปแตชชัยภูมิ (APOT) หรือ APMC เดิม ซึ่งปัจจุบันบริษัทถือหุ้นใน APOT อยู่ราว 14% และพร้อมจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 25% นอกจากนี้ในช่วง 1H16 บริษัทยังมีโครงการลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านมูลค่าราว 30,000-40,000 ล้านบาท คาดจะให้โมเด็ลเดียวกับโครงการโปแตช โดยบริษัทจะสามารถเข้าไปรับงานรับเหมาฯได้เช่นกัน

ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง

จากฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เรามองว่าบริษัทจะไม่มีปัญหาในการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน APOT ซึ่ง (ณ สิ้น 3Q15) บริษัทเกือบจะมีสถานะเป็น net cash ช่วยหนุนให้บริษัทมีศักภาพในการกู้ยืมได้อีกมาก โดยที่บริษัทยังคงมีหุ้นกู้ที่ยังไม่ได้ออกอีกราว 2,400 ล้านบาท คาดบริษัทจะสามารถออกหุ้นกู้ได้เมื่อต้องใช้เงิน