วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 11 ธันวาคม 2558

แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปีจากความกังวลภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี หลังนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันทั่วโลกที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากการเพิ่มปริมาณกำลังการผลิตน้ำมันดิบมากขึ้นจากผู้ผลิตในประเทศต่างๆ รวมไปถึงในการประชุมของผู้ผลิตน้ำมันกลุ่มโอเปคที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเพดานการผลิตน้ำมันดิบใหม่สำหรับช่วง 6 เดือนข้างหน้าได้ ทำให้ตลาดยังคงถูกกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบล้นตลาด โดยที่น้ำมันดิบจากกลุ่มโอเปคในเดือนพ.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 230,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ระดับ 31.7 ล้านบาร์เรล

- นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์เทียบสกุลเงินยุโรปที่กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหลังลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 วันที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนคาดกันว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ซึ่งจะนับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ

+ อย่างไรก็ดี โอเปคได้ออกมาประกาศตัวเลขคาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศนอกกลุ่มโอเปค รวมไปถึงสหรัฐ และรัสเซียในปี 2559 ว่าจะมีกำลังการผลิตปรับลดลง 380,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากการปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องและราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งให้ผู้ผลิตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงไม่สามารถผลิตน้ำมันดิบออกมาขายได้

+/- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 ธ.ค. 58 ปรับลดลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ 3.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 252,000 บาร์เรล เนื่องจากโรงกลั่นพยายามที่จะลดปริมาณน้ำมันคงคลังของตนเองลง เพื่อลดการจ่ายภาษีในช่วงปลายปี

+ กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 282,000 ราย ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 300,000 ราย ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงมีแนวโน้มที่ค่อนข้างดี

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ที่กลับเข้ามาในภูมิภาคช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันเบนซิน โดยเฉพาะโรงกลั่นในประเทศจีนที่เตรียมปิดซ่อมบำรุงในช่วงปลายเดือน สนับสนุนความต้องการนำเข้าน้ำมันเบนซินในระยะสั้น อย่างไรก็ดีอุปสงค์ที่ปรับตัวลดลงตามฤดูกาลยังคงกดดันตลาดอยู่

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณอุปทานน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะจากประเทศจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดีอุปสงค์น้ำมันดีเซลจากเวียดนามยังคงอยู่ในระดับดี ช่วยสนับสนุนให้ราคาน้ำมนะดีเซลไม่ปรับลดลงไปมากกว่านี้

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 35-40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 38-43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การประชุมล่าสุดของกลุ่มโอเปค พบว่า โอเปคยังคงเน้นกลยุทธ์ในการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด โดยจะปรับลดกำลังการผลิตในกรณีที่ผู้ผลิตนอกกลุ่มมีการปรับลดด้วยเท่านั้น นอกจากนั้น อิหร่านยังมีการส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 5 แสนบาร์เรลต่อวันโดยทันทีหลังจากที่ได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตรและภายหลังจาก 6 เดือนจะมีการเพิ่มปริมาณการส่งออกเป็น 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าโรงกลั่นจะเริ่มกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงแล้วก็ตาม เนื่องจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 27 พ.ย. 58) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 10 ติดต่อกัน โดยปรับเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล ไปอยู่ที่ระดับ 489.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในเดือน เม.ย. 58 ที่ 490.9 ล้านบาร์เรล

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น เนื่องจากตลาดคาดว่าในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในเดือน ธ.ค. นี้ FED จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นร้อยละ 0.25 เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและอัตราการว่างงานลดต่ำลง ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีการผ่อนคลายเพิ่มเติมในการประชุมล่าสุดโดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงอีกร้อยละ 0.1 และขยายระยะเวลาสิ้นสุดการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) เป็น มี.ค. 60 จากเดิม ก.ย. 59

                                          -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999