วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (24 พ.ย.58)

ปัจจัยในประเทศเป็นบวก

คาดหุ้นไทยจะสวนทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคโดยการขยับขึ้นวันนี้ ปัจจัยบวกในประเทศน่าจะมีอิทธิพลเหนือความคลุมเครือในต่างประเทศ ในประเทศ โครงการมอเตอร์เวย์ใหม่ การประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ ความพยายามของ BOI ที่จะดึงนักลงทุนญี่ปุ่น ล้วนเป็นปัจจัยบวกตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ไม่ค่อยดี แต่ตัวเลข PMI ยุโรปที่ออกมาดี ถือว่าคลุมเครือ


หุ้นเด่นวันนี้: TISCO (Bt41.25; ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 59 ของ AWS 46.00 บาท)

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นแนะนำวันนี้ เนื่องจากเราเชื่อว่าสถานการณ์ที่แย่ที่สุดได้ผ่านไปแล้ว ถึงแม้ว่าคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทจะได้รับผลกระทบจากสินเชื่อ SSI UK เราเชื่อว่าการตั้งสำรองในปี 59 จะลดลงจากปีนี้เนื่องจากบริษัทได้ตัดสินเชื่อนี้เป็นหนี้สูญและจำแนกอยู่ในประเภทสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้แล้ว นอกจากนั้นถึงแม้โมเดลของเราจะประมาณอัตราการเติบโตของสินเชื่อในปี 59 เพียงแค่ 2% แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับสมมติฐานนี้ขึ้นไปอีกเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลน่าจะช่วยบรรเทาภาวะเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้บริษัทจะได้รับปัจจัยหนุนจากภาวะอัตราดอกเบี้ยของตลาดที่เอื้ออำนวย สัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อมีอัตราดอกเบี้ยรับคงที่อยู่ในระดับสูงและต้นทุนการเงินที่ลดลงทำให้ NIM ของบริษัทสูงขึ้น ซึ่งน่าจะชดเชยการคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อที่ลดลง เราคาดว่ากำไรของ TISCO ในปีนี้จะลดลง 7% แต่จะกลับมาเติบโตที่ 10% ในปี 59 และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ TISCO ปัจจุบันซื้อขายอยู่ในระดับที่น่าสนใจที่ 1.0 เท่า 2559E BV และมีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงที่ 5.3% ภายใต้อัตราการจ่ายปันผลที่ 40% Price Pattern ของ TISCO ยังคงมีความแข็งแกร่งจากการเกิด Daily Buy Signal และหากปิดตลาดรายสัปดาห์นี้ได้เหนือ 39.75 บาท ก็จะทำให้กลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้ Price Pattern ของ TISCO มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นทั้งในระยะสั้นและในระยะกลาง ทั้งนี้เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ TISCO ที่สามารถ break ด้วยการปิดตลาดเหนือเป้าหมายเบื้องต้นที่ 39.50 บาทไปได้ ก็บ่งบอกว่า Price Pattern ของ TISCO น่าจะสามารถปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 41.25 บาท (ซึ่งได้ทดสอบแล้ว) โดยหาก Price Pattern ของ TISCO ยังมีความแข็งแกร่งที่มากพอ โดยสามารถปิดตลาดเหนือ 41.25 บาทได้อีก ก็จะมีแนวโน้มที่จะเห็นการปรับตัวขึ้นต่อเพื่อทดสอบเป้าหมายสำคัญที่ 43 บาท และจุด stop loss ที่ 38.50 บาท (Resistance: 41.75, 42.25, 43.50; Support: 40.75, 40.25, 38.75)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยที่เป็นไปได้จากการโจมตีปารีส สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่าประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบที่ต่อเนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปถูกขัดขวางและการเพิ่มขึ้นของความกลัวต่อการท่องเที่ยวไปยังยุโรปอาจส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยทางอ้อมผ่านการไหลเข้าของเม็ดเงินจากการลงทุนโดยตรงและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น (Bangkok Post)

• กฏเกณฑ์การดำเนินการแปลงปิโตรเลียมที่กำลังจะได้ข้อสรุป โดยล่าสุดกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่าได้ยื่นร่างกฎเกณฑ์ดังกล่าวให้กับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีใจความคือ จะอนุญาตให้ใช้ได้ทั้งระบบสัมปทานและระบบแบ่งปันผลประโยชน์ (PSC) เทียบกับระบบก่อนหน้าในอดีตซึ่งเป็นแบบสัมปทานเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ร่างดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการพิจารณาในวันพรุ่งนี้หรือวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (Bangkok Post)

• ความเชื่อมั่นต่อการแสวงหานักลงทุนญี่ปุ่น ตามแผนโรดโชว์ญี่ปุ่นเริ่มวันพรุ่งนี้ เลขาธิการใหญ่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แสดงความมั่นใจว่านักลงทุนญี่ปุ่นจะเร่งการลงทุนมากขึ้นด้วยมาตรการจูงใจมากมายโดยเฉพาะบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีสูงและบริษัทที่รวมตัวเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนในไทย

• กรมทางหลวงเปิดเผยแผนการลงทุนเมื่อวันจันทร์ ถึงแผน 20 ปี มูลค่า 2.1 ล้านล้านบาทที่จะพัฒนาเครือข่ายมอเตอร์เวย์ คาดว่าการลงทุนจะส่งผลต่อเนื่องมากกว่าสองเท่าเป็นมูลค่ากว่า 5.7 ล้านล้านบาทแก่เศรษฐกิจ แผนพัฒนาปี 59-79 จะครอบคลุม 21 เส้นทางรวมระยะทาง 6,612 กิโลเมตร (The Nation)

• กสทช.ยึดราคา 3.9-4 หมื่น ลบ.จากการประมูลครั้งล่าสุดเป็นพื้นฐานในการกำหนดราคาประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ที่จะหมดอายุสัมปทานปี 61เพื่อป้องกันบริษัทที่ไม่สู้ราคาเพื่อหวังไปช้อนซื้อใบอนุญาตราคาต่ำกว่าในการประมูลปี 61 ตอนที่การแข่งขันซาลงแล้ว (Post Today)ความเห็น: เป็นข่าวร้ายต่อ DTAC (52.25 บาท ราคาเป้าหมาย 62.50 บาท) เนื่องจากไม่มีทางหนีจากต้นทุนใบอนุญาตและค่าตัดจำหน่ายที่สูงไปได้

• ADVANC (212 บาท ราคาเป้าหมาย 266 บาท) คาดว่าจะเริ่มทดลองให้บริการ 4จีได้ใน 18 ธ.ค. โดยบริษัทลูกคือ AWN ได้ชำระเงินค่าใบอนุญาตงวดแรก 2.1927 หมื่น ลบ.เรียบร้อยเมื่อวานแล้วทำให้ใบอนุญาตอายุ 18 ปีมีผลทันที ขณะที่บริษัทลูกของ TRUE ยังไม่ได้จ่ายค่างวด 1.9896 หมื่น ลบ. แหล่งข่าวจาก TRUE กล่าวจะจ่ายค่างวดหลังจากประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์ในวันที่ 15 ธ.ค. แล้ว (The Nation) ความเห็น: การออกตัวเร็วเป็นรายแรกสะท้อนว่าเอไอเอสมีความพร้อมรุกเพื่อครองตลาด 4จี ถือว่าเอไอเอสกำลังมาแล้ว

ต่างประเทศ:

• สหรัฐออกประกาศเตือนภัยในการเดินทางทั่วโลก: อ้างถึงการข่มขู่ของผู้ก่อการร้ายจากกลุ่มหัวรุนแรงในหลายภูมิภาคของโลก กระทรวการต่างประเทศสหรัฐออกประกาศเตือนภัยในการเดินทางทั่วโลกเมื่อวันจันทร์หลังจากเหตุโจมตีพวกหัวรุนแรงในฝรั่งเศสและประเทศมาลี (Mali) (Reuters)

• ฝรั่งเศสส่งฝูงเครื่องบินรบโจมตีเป้าหมายรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักและซีเรียเมื่อวันจันทร์: ส่วนอังกฤษเสนอให้ฝรั่งเศสใช้ฐานทัพอากาศในไซปรัสเพื่อโจมตีกลุ่มก่อการร้าย ฝรั่งเศสถล่มยิงระเบิดในซีเรียเนื่องจากการโจมตีในวันที่ 13 พ.ย.ในกรุงปารีสซึ่งรัฐอิสลามอ้างความรับผิดชอบนั้นได้สังหารประชาชนอย่างน้อย 130 คน กลุ่มดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายที่จะถูกโจมตีทางอากาศจากการรวมกำลังระหว่างสหรัฐและรัสเซีย (Reuters)

• ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนเมื่อวันจันทร์ ท่ามกลางความคาดหวังที่สูงจึ้นว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ดัชนีเงินดอลลาร์เทียบกับเงินสกุลหลักอีก 6 สกุลเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนอยู่ที่ 100.00 จุด เกือบแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีที่ 100.39 จุด เมื่อวันที่ 13 มี.ค. (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีหุ้นในตลาดวอลล์สตรีทขยับลดลงเมื่อวันจันทร์ ก่อนเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าซึ่งจะมาถึงในอีก 2-3 วันซึ่งเทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะหยุดงานทั้งสัปดาห์ การแถลงควบรวมกิจการระหว่างไฟเซอร์ของสหรัฐฯและอัลเลอร์แกน บริษัทผู้ผลิตโบท็อกซ์จากไอร์แลนด์ในข้อตกลงที่มีมูลค่ากว่า 160,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งคาดว่าจะเป็นการสร้างกลุ่มบริษัทเวชภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทำให้นักลงทุนผิดหวังอีกทั้งนักลงทุนไม่ประทับใจกับข้อมูลทางเศรษฐกิจที่เผยแพร่ออกมาในวันจันทร์ (Reuters)

• ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐลดลงมากกว่าที่คาดในเดือนต.ค. แต่มีแนวโน้มว่ายอดขายบ้านยังคงมีรากฐานที่แข็งแกร่ง The National Association of realtors ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและใหญ่ที่สุดในโลกประกาศเมื่อวันจันทร์ว่ายอดขายบ้านมือสองลดลง 3.4% อยู่ที่ 5.36 ล้านยูนิตต่อปี ยอดขายในเดือนก.ย. ที่ยังไม่ปรับปรุงอยู่ที่ 5.55 ล้านยูนิตต่อปีและสูงสุดเป็นอันดับสองนับแต่ปี 2550 ยอดขายดังกล่าวเพิ่มขึ้น 3.9% YoY ยืนเหนือจำนวนบ้านเฉลี่ยในปีนี้และอยู่ในเส้นทางที่ถูกบันทึกว่าเป็นยอดขายบ้านมือสองประจำปีสูงสุดในรอบ 8 ปี นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายดังกล่าวจะลดลงอยู่ที่ระดับ 5.40 ล้านหน่วยต่อปีในเดือนก่อน (Reuters)

• ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมครั้งแรกจาก Markit แตะระดับต่ำสุดในรอบ 25 เดือนในต้นเดือนพ.ย. เน้นความอ่อนแออย่างต่อเนื่องของภาคโรงงาน ดัชนีดังกล่าวร่วงสู่ระดับ 52.6 จุดในเดือนพ.ย. จาก 54.1 ในเดือนต.ค. นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนี PMI ประจำเดือนพ.ย. จะอยู่ที่ 53.9 จุด (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปร่วงในวันจันทร์ อุปสงค์ที่อ่อนแอในโลกฉุดหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน อย่างไรก็ตามหุ้นผู้ผลิตอาวุธอย่าง Rolls Royce พุ่งขึ้นจากแผนการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของอังกฤษ และอีกหลายประเทศ (Reuters)

• กิจกรรมทางธุรกิจในยุโรปในเดือน พ.ย. เร่งตัวเร็วขึ้นที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2011 และเร็วกว่าที่ตลาดคาด จากค่าเงินยูโรที่อ่อนตัวและลดราคาสินค้าที่ทำให้มีคำสั่งซื้อมากขึ้น ดัชนีจัดซื้อของ Markit สำหรับธุรกิจโดยรวมของยุโรปพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ที่ 54.4 ในเดือนนี้ จาก 53.9 ในเดือน ต.ค. ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 53.9 ดัชนีดังกล่าวอยู่เหนือ 50 นับตั้งแต่ ก.ค. 2013 (Reuters)

เอเชีย:

• รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำร่วมกับแผนอื่นๆ เพื่อที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ อาทิ การออกมาตรการสนับสนุนทางด้านการเงินแก่ประชาชนวัยเกษียณเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและการบริโภคในประเทศ (Reuters)

• จีนเตรียมเร่งแผนปฏิรูปเพื่อยกเลิกข้อจำกัดภายในเกี่ยวกับการค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาโลหะพื้นฐานร่วงแตะจุดต่ำสุดรอบหลายปีในวันจันทร์ ด้วยความกังวลว่าค่าเงินดอลลาร์ที่พุ่งขึ้นจะกันไม่ให้ผู้ผลิตไม่ให้ตัดลดอุปทานลงโดยผู้ใช้ในจีน ราคาทองแดง 3 เดือนในตลาด LME แตะจุดต่ำสุด 4,443.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน อลูมิเนียมก็แตะจุดต่ำสุดเช่นกันที่ 1,432 ดอลลาร์ ตามมาด้วยตะกั่วที่แตะจุดต่ำสุด 1,551.50 ดอลลาร์ ส่วนโลหะที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหล็กขนาดใหญ่ของจีน เช่นพวกสังกะสีและนิกเกิลก็ร่วงหนัก (Reuters)

• ราคาทองกดดันจากแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ทองคำตลาดจรสหรัฐร่วง 8.77 ดอลลาร์ไปสู่ 1,068.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ใกล้จุดต่ำสุดวันที่ 18 ก.ย. เท่ากับ 1,064.95 ดอลลาร์อันเป็นจุดต่ำสุดนับแต่ ก.พ. 2553 แรงกดดันแก่โลหะมีค่าเป็นเพราะความเห็นว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น นอกจาก William Dudley ประธาน Fed สาขานิวยอร์คแล้ว John Williams ประธาน Fed สาขาซานฟรานซิสโกก็ได้ออกมากล่าวถึงเหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยด้วย (Reuters)

• ยังกังวลน้ำมันล้นตลาด Genscape ได้ออกมารายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบใน Cushing รัฐOklahoma พุ่งขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรลรายสัปดาห์สิ้นสุด 20 พ.ย. สร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบสหรัฐลด 15 เซนต์ ปิดที่ 41.75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล Brent ขึ้น 17 เซนต์ ปิดที่ 44.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนหนึ่งมีแรงหนุนจากคำมั่นของซาอุฯ ว่าจะสร้างเสถียรภาพให้ราคาน้ำมัน (Reuters)