3Q58 บริษัทมีกำไรสุทธิ 149 ล้านบาทเติบโต 20%QoQ และ 69%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- 3Q58 บริษัทมีกำไรสุทธิ 149 ล้านบาทเติบโต 20%QoQ และ 69%YoY : ช่วง3Q58 บริษัทยังคงได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่มากนักรวมถึงโครงการต่างๆที่ชะลอการตัดสินใจทำให้รายได้ยังคงลดลง 14%QoQ และ 8%YoY แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆที่ลดลง 19%QoQ และ YoY เป็นแรงช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิดีขึ้น ทั้งนี้ช่วง 3Q58 บริษัทมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัท
เคิร์ชจำนวน 37 ล้านบาททำให้กำไรสุทธิเท่ากับ 149 ล้านบาทเติบโต 20%QoQ และ 69%YoY อย่างไรก็ตามหากไม่นับรวมรายการดังกล่าวบริษัทจะมีกำไรปกติที่ 112 ล้านบาทลดลง 9%QoQ และเพิ่มขึ้น 27%YoY
- คงคาดการณ์ปี58 – ปี 59 เริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด : 9M58 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 416 ล้านบาท ลดลง 27%YoY และคิดเป็น 75% ของประมาณการทำให้ยังคงคาดกำไรสุทธิปี 58 ราว 552 ล้านบาทลดลง 16%YoY อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดว่าปีนี้จะเป็นจุดต่ำสุดของบริษัทหลังจากเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆซึ่งจะทำให้ปี 59 มีโครงการต่างๆที่ทางภาครัฐผลักดันออกมามากขึ้นรวมถึงภาคเอกชนที่มีโอกาสฟื้นตัวหลังจากตัวเลขความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นในรอบสิบเดือน ทั้งนี้แม้ว่ารายได้รอรับรู้ ณ สิ้นไตรมาสสามจนถึงสิ้นปี 59จะมีเพียง 2,662 ล้านบาท แต่ยังได้รับแรงหนุนจากโครงการใหญ่ที่จะประมูลในปี 59 เช่นงานของการไฟฟ้าภูมิภาค งานของการรถไฟ ซึ่งหากบริษัทได้รับงานดังกล่าวจะช่วยให้รายได้ปี 59 เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิปี 59 ราว 596 ล้านบาทเติบโต 8% จากประมาณการปี 58
- เริ่มรุกธุรกิจใหม่หนุนรายได้ในอนาคต: จากสถานการณ์ไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งในประเทศเพื่อนบ้านทำให้บริษัทตัดสินใจที่จะรอความชัดเจนก่อนที่จะรุกโครงการในประเทศเพื่อนบ้านอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการใช้งานบริการข้อมูลมากขึ้นและปัจจุบันศูนย์ให้บริการดังกล่าวมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้บริษัทมีแผนที่จะทำศูนย์ให้บริการข้อมูล (Data Center) โดยปัจจุบันบริษัทเตรียมซื้อที่ดินเพื่อสร้างศูนย์ดังกล่าวและคาดว่าจะเสร็จในปี 59 โดยกลุ่มเป้าหมายลูกค้าหลักจะเป็นธนาคารและโรงพยาบาลขนาดใหญ่ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ในอนาคต
- เปลี่ยนคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 32 บาท : ฝ่ายวิจัยมองว่าบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วและคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงต้นปี 59 เป็นต้นไปทำให้บริษัทเป็นที่น่าสนใจ ด้วยประเมินราคาเหมาะสมโดยวิธี Prospective PER ที่ 11 เท่า และ EPS ปี 59 ที่ 2.89 บาท ได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 32 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน ฝ่ายวิจัยจึงเปลี่ยนคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”









