ภาพที่แตกต่างระหว่างปี 2558 และ 2559
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อกำไรของ TFG จะแตะจุดต่ำสุดในปี 2558 และกลับเป็นกำไรในปี 2559 เราแนะนำมองข้ามผลขาดทุนในปีนี้ และหันมามองผลประกอบการที่จะกลับมาในปี 2559 โดยเรามองว่าบริษัทมีแนวโน้มฟื้นตัวดีในปี 2559 จากปัจจัยราคาเนื้อไก่และสุกรมีชีวิตที่จะกลับมาฟื้นตัว โรงงานผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน พร้อมกันนี้บริษัทมีแนวโน้มสดใสจากแผนงานการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกและดำเนินธุรกิจอาหารแปรรูป เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ”
ราคาเนื้อไก่และสุกรเริ่มฟื้นตัว
จากความคาดหมายอุปทานเนื้อไก่หดตัว (จากพ่อแม่พันธุ์ไก่ที่ขาดแคลนเนื่องจากมีไข้หวัดนกระบาดในประเทศสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และประเทศเยอรมันในปี 2558) กอปรกับการบริโภคเนื้อไก่ในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้นในปี 2559 เราคาดราคาเนื้อไก่ในประเทศจะเด้งขึ้นจาก 34-36 บาทต่อกก. (หลังช่วงเทศกาลกินเจในเดือนต.ค.เสร็จสิ้นลง) ไปอยู่ที่ 42 บาทต่อกก.ในปี 2559 พร้อมกันนี้ เราคาดราคาสุกรจะฟื้นตัวจาก 66-67 ต่อกก.ในปีนี้ไปอยู่ที่ 68-70 บาทต่อกก.ในปี 2559 จากการบริโภคที่ฟื้นตัวในประเทศไทยและเวียดนาม ในไตรมาส 3/58 ธุรกิจเนื้อไก่คิดเป็นสัดส่วน 64% ของรายได้ทั้งหมด ตามมาด้วยธุรกิจสุกรมีชีวิตที่ 28% และธุรกิจผลิตอาหารสัตว์และธุรกิจอื่นๆที่ 8% โดยบริษัทได้เพิ่มสัดส่วนธุรกิจสุกรมีชีวิตเมื่อเทียบกับที่ 20% ในไตรมาส 3/57 เรามองว่าสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยชดเชยความผันผวนของราคาเนื้อไก่ได้
ปัจจัยหนุนแนวโน้มสดใส
TFG มีแผนเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าผ่านการผลิตสินค้าพร้อมทาน และวางแผนก่อตั้งโรงงานผลิตไส้กรอกเนื้อไก่ของตนเอง คาดแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการในไตรมาส 2/59 รายได้ของบริษัท ณ ตอนนี้มาจากการบริโภคภายในประเทศ (มากกว่า 95%) และจากการส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศ EU (น้อยกว่า 5%) ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออก(จาก 1100 ตันต่อเดือนในปี 2558 ตั้งเป้า 2400 ตันต่อเดือน ณ สิ้นปี 2559) บริษัทอยู่ในช่วงเจรจากับบริษัทร่วมในการตั้งกิจการใหม่ร่วมทุนเพื่อเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าไปตลาดญี่ปุ่น เรามองว่าการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และการขยายธุรกิจส่งออกจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรในปี 2559
ปรับประมาณการกำไรปี 2559
เราประเมินขาดทุนหลักในไตรมาส 4/58 จะอยู่ที่ 300 ล้านบาท พลิกจากกำไรหลัก 55 ล้านบาทในไตรมาส 4/57 (จากราคาเนื้อไก่และสุกรที่ปรับตัวลง) หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 14% QoQ (เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น) แม้ว่าราคาข้าวโพดที่อ่อนตัวลงและกากถั่วเหลืองที่ทรงตัวจะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรไตรมาส 4/58 แต่ราคาเนื้อไก่ ณ ปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัวดีนัก (ราคาล่าสุด ณ วันที่ 17 พ.ย. 2558อยู่ที่ 35 บาท) หลังเทศกาลกินเจในเดือนต.ค.ได้สิ้นสุดลงจากรายการสั่งซื้อบางรายการของ EU ที่ส่งกลับมาของผู้เล่นบางราย ทำให้อุปทานในประเทศยังสูงอยู่ อีกทั้งอิทธิพลของฝนที่ยังคงมีอยู่ทำให้การบริโภคชะลอลง
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2559 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 897 ล้านบาท จากยอดขายอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีโรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งใหม่และปรับปรุงคุณภาพของโรงงงานเดิม รวมทั้งยังมีการลดต้นทุนจากการปรับสูตรอาหารสัตว์ ลดผลประโยชน์ให้กับเกษตรกร และราคาลูกไก่ที่ลดลง (ราคาต้นทุนเป้าหมายอยู่ที่ 35-36 บาทในปี 2559 เทียบกับ 37 บาทในปี 2558) โดยเราปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 เพิ่มขึ้น 9% มาอยู่ที่ 2.4 บาท









