วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BDMS - ซื้อ

กำไรไตรมาส 3/58 เป็นไปตามคาด; กำไรไตรมาส 4/58 ยังมีแนวโน้มดี

ตามคาด

BDMS รายงานกำไรหลักไตรมาส 3/58 ที่ 1.9 พันล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 2% YoY แต่กระโดดสูงขึ้น 26% QoQ สอดคล้องกับประมาณการของเราและของตลาด ทั้งนี้หากรวมกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อโรงพยาบาลเมืองราช ที่ 209 ลบ ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/58 เท่ากับ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 40% QoQ 

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

กำไรหลักในไตรมาส 3/58 ที่ไม่น่าตื่นเต้น YoY นั้นมีปัจจัยจากอัตรากำไรหลักที่อ่อนตัวลง 1.7% มาอยู่ที่ 12.2% โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลง 1.7% YoY มาอยู่ที่ 31.8% สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับตัวสุงขึ้น 0.3% YoY มาอยู่ที่ 21.9% ในไตรมาส 3/58 ซึ่งปัจจัยข้างต้นมีนำหนักมากกว่ารายได้ทางการแพทย์ที่เติบโต 11% YoY แตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท (74% จากผู้ป่วยคนไทยและ 26% จากผู้ป่วยต่างชาติ) ทั้งนี้รายได้ของกลุ่มที่ขยายตัวขึ้น YoY มีปัจจัยจากรายได้ของผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 14% และรายได้ของผู้ป่วยชาวไทยที่เพิ่มขึ้น 10% โดยบ่งเป็นอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยคนไทยเข้ารับบริการอยู่ที่ 5% YoY สำหรับผู้ป่วยนอก และ 9% สำหรับผู้ป่วยใน ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยเข้ารับบริการชาวต่างชาติเติบโต 8% YoY สำหรับผู้ป่วยนอกและ 7% สำหรับผู้ป่วยใน โดยบริษัทมีรายได้ต่อหัวจากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 3% YoY และผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 2% ทั้งนี้กำไรที่เติบโตดี QoQ นั้นเนื่องจากปัจจัยฤดูกาลที่ดี หนุนให้รายได้ทางการแพทย์กระโดดสูงขึ้น 9% QoQ โดยไตรมาส 3/58 นั้น กำไรขั้นต้นอ่อนตัวลง 2% QoQ แต่อัตรากำไรปกติเพิ่มขึ้น 1.7% QoQ อย่างไรก็ตามอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ ปรับตัวลงจาก 0.6 เท่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 0.5 เท่า ณ สิ้นเดือน ก.ย.

แนวโน้ม

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 จะขยายตัวขึ้นได้ดี YoY และปรับตัวขึ้นเล็กน้อย QoQ โดยรายได้ทางการแพทย์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY นั้นมีปัจจัยจากการเติบโตของโรงพยาบาลเดิมและรายได้จากโรงพยาบาล ซึ่งประกอบไปด้วย รพ.ใหม่ที่เปิดเพิ่มขึ้นตั้งแต่ในช่วงครึ่งหลังปี 2557 จนถึง ครึ่งแรกของปี 2558 ทั้งนี้แม้รายได้มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง แต่อัตรากำไรหลักมีแนวโน้มเพียงทรงตัว YoY จากค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่าย และภาระจ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นจากโรงพยาบาลใหม่ โดยเราคาดอัตรากำไรหลักจะอ่อนตัวลง QoQ จากช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 4/58 โดยเชื่อว่าความกดดันต่ออัตรากำไรจะลดลงในครึ่งแรกของปี 2559 จากอัตราการใช้บริการของโรงพยาบาลที่ปรับตัวดีขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

กำไรหลักใน 9 เดือนแรกของปี คิดเป็นสัดส่วน 74% ของประมาณการทั้งปีของเราและ 72% ของตลาด เรายังคงประมาณการเดิม


ด้วยกำไรหลักที่เติบโต 6% ในปี 2558 และกำไรปี 2559 ที่เติบโต 13% เราได้รวมเอาปัจจัยกำไรหลักที่หดตัวลง 0.7% ในปี 2558 และทรงตัวในปี 2559 เนื่องจากเป็นช่วงที่รโรงพยาบาลยังคงทยอยปรับเพิ่มอัตรการใช้บริการ ทั้งนี้อัตรากำไรหลักปี 2558 ของ BDMS (เราคาดการณ์ที่ 12.5%) ได้เทียบเท่ากับจุดต่ำสุดในช่วงขยายธุรกิจในปี 2556 มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คำแนะนำ

เรามองราคาหุ้นปัจจุบันเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสมหลังจากที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก (ปรับลง 12% จากจุดสูงสุดในปีนี้ที่ 21.7 บาท เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2558 ) ซึ่งเรามองว่าได้สะท้อนความเสี่ยงต่อการปรับลดของประกอบการไปมากแล้ว (เราหุ้นมีความเสี่ยงถูกปรับลดประมาณการจากตลาดเพียง 3%) ซึ่งมูลค่าการซื้อขายจของหุ้นอยู่ใกล้เคียงกับราคาที่อ่อนตัวถึงจุดเข้าซื้อก่อนหน้าที่ระดับ PER 33 เท่า หรือ บวกหนึ่งส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าเฉลี่ยย้อนหลังระหว่างปี 2549-2556 ที่สำคัญคืออัตรากำไรหลักนั้นได้แตะจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/58 และมีการฟื้นตัวในไตรมาส 3/58 โดยเรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ที่ 22 บาทต่อหุ้น อิงจากค่า WACC ที่ 8.9% และ terminal growth rate ที่ 2.0%