วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซีไอเอ็มบี' ตั้งเป้าสินเชื่อรายย่อยปีหน้าโต 5-10%

"ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย" ตั้งเป้าสินเชื่อรายย่อยปีหน้าเติบโต 5-10% จากปีนี้ที่โต 10% ขณะที่สินเชื่อบุคคลชะลอตัว พร้อมเดินหน้าล้าง NPL

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ในปีหน้าธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อรายย่อยเติบโตในระดับ 5-10% จากในปีนี้ที่เติบโตได้ 10% หรือ มียอดคงค้าง 7 หมื่นล้านบาท จากปี 57 ที่มียอดคงค้าง 6.3 หมื่นล้านบาท

"สินเชื่อรายย่อยปล่อยใหม่ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าที่มีจำนวน 2.2 หมื่นล้านบาท จากความต้องการสินเชื่อที่ลดลง เพราะยังไม่มั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่เราเองก็มีความเข้มงวดมากขึ้น แต่ในปีหน้าคาดว่าสินเชื่อปล่อยใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.3-2.4 หมื่นล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อบ้าน 1.6- 1.7 หมื่นล้านบาท และ เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน 7 พันล้านบาท"นายอดิศร กล่าว

ทางด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ( NPL) ของสินเชื่อรายย่อยปัจจุบันอยู่ในระดับ 2.6-2.7% เป็นส่วนของสินเชื่อบ้านไม่ถึง 1% สินเชื่อส่วนบุคคล 3-4% ซึ่งธนาคารพยายามบริหารจัดการให้ลดลง โดยจะเน้นที่การติดตามเรียกคืนมากกว่าการเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ เนื่องจากเกณฑ์ในปัจจุบันมีความเหมาะสมแล้ว

ส่วนการดำเนินธุรกิจลูกค้ารายย่อยที่ผ่านมาในกลุ่มลูกค้าบุคคลธนกิจ CIMB Preferred ของธนาคารนั้น นายอดิศร กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ

โดยมีฐานลูกค้าล่าสุด ณ เดือนต.ค. 58 เพิ่มจำนวนมาอยู่ที่ 4.8 หมื่นราย เติบโต 27% จากปี 57 ที่มีจำนวน 3.75 หมื่นราย และ คิดเป็นอัตราเติบโต 300% เมื่อเทียบกับปี 55 ที่มีจำนวน 1.2 หมื่นราย ส่วนปี 59 ตั้งเป้าที่ 6-7 หมื่นราย และ เพิ่มเป็น 1แสนรายในประเทศ 61

ในส่วนของสินทรัพย์เพื่อการลงทุน(AUM) ล่าสุดเดือนต.ค.58 เพิ่มเป็น 1.53 แสนล้านบาท เติบโต 20% จากปี 57 ที่มี 1.28 แสนล้านบาท และ คิดเป็นอัตราเติบโต 130% เมื่อเทียบกับปี 55 ที่มี 6.64 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีสัดส่วนเงินออม และ เงินลงทุนที่มาจากลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นจาก 33% ในปี 56 มาเป็น 37% ในปี 57 และ 41%ในปี 58

นายอดิศร กล่าวว่า ธนาคารจะเน้นการเพิ่มช่องทางดิจิตอลแบงก์กิ้งอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้บริการในอนาคต ลดจำนวนสาขาที่มีความซ้ำซ้อน และ ปรับรูปแบบให้รองรับลูกค้ากลุ่มบุคคลรายใหญ่มากขึ้น เนื่องจากจำนวนการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเคาน์เตอร์สาขาจะลดลง และ เปลี่ยนมาใช้ดิจิตอลแบงก์กิ้งแทน