3Q58 ที่พลิกเป็นขาดทุนจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 58 – 59
ประเด็นการลงทุน
- 3Q58 พลิกขาดทุน 72 ล้านบาท –33%QoQ, -154%YoY : BANPU รายงานขาดทุนสุทธิสวนทางกับที่เราคาดว่าจะมีกำไร เนื่องจากมีผลขาดทุนธุรกิจถ่านหินในจีนหลังราคาถ่านหินในประเทศจีนปรับตัวลง รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากโรงไฟฟ้าหงสาประเทศลาวเนื่องจากยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตแต่มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน นอกจากนี้มีค่าใช้จ่ายทางภาษีสูงกว่าคาดเพราะเปลี่ยนแปลงวิธีลงบัญชีใหม่ที่อินโดนีเซียแต่หน่วยงานภาษีของอินโดนีเซียยังไม่อนุมัติ
- ธุรกิจถ่านหินโดยรวมกำไรปรับตัวลง : 1) ธุรกิจถ่านหินออสเตรเลียราคาขายปรับตัวลง 5%QoQ ตามราคาถ่านหินโลก ขณะที่ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแม้ว่าจะไม่มีการย้ายอุปกรณ์ขุด(Long wall) เนื่องจากมีความล่าช้าในการอนุมัติใบอนุญาตการทำเหมือง Springvale ทางด้านต้นทุนปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเพราะสภาพธรณีวิทยาของเหมืองใต้ดิน Mandalong และ Myuna มีการเปลี่ยนแปลง 2) ธุรกิจถ่านหินอินโดนีเซียมีราคาขายทรงตัวที่ 57 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ปริมาณการผลิตลดลง 4%QoQ จากการลดพื้นที่ขุดถ่านหินซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง 8%QoQ 3) ธุรกิจถ่านหินที่ประเทศจีนมีราคาขายลดลง 11%QoQ และปริมาณการผลิตลดลง 26%QoQ เพราะรัฐบาลต้องการควบคุมมลพิษส่งผลให้สามารถผลิตถ่านหินได้ลดลงจึงมีผลขาดทุนที่ BANPU ต้องรับรู้จำนวน 8 ล้านดอลลาร์
- ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีกำไรต่ำกว่าคาด : 1) โรงไฟฟ้า BLCP ยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตหลังจากที่มีการซ่อมบำรุงในช่วงครึ่งปีแรกส่งผลให้ BANPU รับรู้กำไรลดลงเหลือประมาณ 483 ล้านบาทลดลง 8%YoY 2) โรงไฟฟ้าหงสามีส่วนแบ่งขาดทุนประมาณ 310 ล้านบาทเพราะยังไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตแต่ต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน 3) โรงไฟฟ้าจีนกำไรปรับตัวลงเล็กน้อยเนื่องจากยอดขายไฟฟ้าลดลงตามสัญญาขายไฟฟ้าที่ได้ทำไว้
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 30 บาทสำหรับปี 59 : หลังเข้าประชุมกับบริษัทฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการไตรมาส 4 แม้ว่าธุรกิจถ่านหินยังมีราคาขายทรงตัวในระดับต่ำ แต่ธุรกิจไฟฟ้าโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าหงสาที่เริ่มเดินเครื่องเฟส 2 ในเดือน พ.ย. 58 จะช่วยสร้างรายได้ส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนลดลง อย่างไรก็ตามผลประกอบการ 9 เดือนแรกพลิกขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาท -102%YoY เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 58 และปี 59 ลงสู่ 56 ล้านบาทและ 563 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งลดลง 86% และ 57% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เพราะมองว่าผลประกอบการปี 58 จะเป็นจุดต่ำสุดและจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในปี 59-60 หลังโรงไฟฟ้าหงสาเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตทั้ง 3 เฟส นอกจากนี้หาก BANPU POWER (BPP) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นการเพิ่ม wealth ให้แก่ BANPU ในอนาคต ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PBV Ratio ซึ่งอิง Prospective PBV ที่ระดับ 1.2 เท่าได้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 30 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









