กำไรสุทธิ 3Q58 เท่ากับ 265 ล้านบาทลดลง 54% QoQ และ 5% YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- กำไรสุทธิ 3Q58 เท่ากับ 265 ล้านบาทลดลง 54%QoQ และ 5%YoY : 3Q58 รายได้จากการให้บริการดาวเทียมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังคงเติบโตต่อเนื่อง 6.6% QoQ เป็น 2,160 ล้านบาท 9M58 รายได้จากธุรกิจให้บริการดาวเทียมเติบโตขึ้น 3.4% YoY ทั้งนี้ใน 3Q58 รายได้จากการให้บริการดาวเทียมไทยคม7 เพิ่มขึ้นจากอัตราการใช้งานและรายได้จากการให้บริการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม ในส่วนของดาวเทียมบรอดแบนด์ไทยคม 4 ยังคงปรับตัวขึ้น 4%QoQ จากการขยายบริการแบนด์วิธในอินเดียและพม่าซึ่งชดเชยจากการลดลงรายได้จากประเทศออสเตรเลียที่ได้รับผลกระทบเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนหลังค่าเงินบาทแข็งค่า นอกจากนี้ต้นทุนการให้บริการดาวเทียมลดลง 4% จากการลดลงของต้นทุนการให้บริการดาวเทียมไทยคม 4 ทั้งนี้บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 444 ล้านบาทจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ซึ่งส่งผลให้มีผลขาดทุนจากการประเมินมูลค่าใหม่ในรายการเงินกู้ยืมสำหรับโครงการดาวเทียมไทยคม6 ส่งผลให้กำไรสุทธิ 3Q58 เท่ากับ 265 ล้านบาทลดลง 54% QoQ และลดลง 5% YoY
- ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 58 คาดรายได้จากดาวเทียมไทยคม8 หนุนกำไรปีหน้าเติบตาว 32% : 9M58 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,378 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 17%YoY และคิดเป็นเพียง 67% จากประมาณการ เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการที่อ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 58 จากเดิมลดลง 13% เหลือ 1,780 ล้านบาทซึ่งเติบโต 11%YoY อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลประกอบการ 3Q58 จะออกมาผิดหวัง แต่การเติบโตจากธุรกิจดาวเทียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งเห็นได้จากรายได้ส่วนนี้เติบโตทุกๆไตรมาส นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้ใช้บริการที่หันมาใช้เทคโนโลยี HD / 4K แทน SD อีกทั้งการยิงดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจรราวเดือน มี.ค.-พ.ค. 59 จะเป็นอีกปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนให้รายได้จากดาวเทียมทำจุดสูงใหม่ได้ ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากดาวเทียมไทยคม 8 ในช่วง 2H59 ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 59 ประมาณ 2,344 ล้านบาทเติบโตราว 32% จากประมาณการในปี 58
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 40 บาท : ฝ่าวิจัยคาดว่าการยิงดาวเทียมไทยคม 8 ในปีหน้าจะทำให้รายได้บริษัทเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและแนวโน้มการใช้ช่องทีวีดาวเทียมที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้มองว่าราคาหุ้นยังคงมี upside ในปี 59 โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมซึ่งประเมินจากวิธี DCF (WACC ที่ 9% และ Terminal Growth ที่ 3%) ได้เท่ากับ 40 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดปัจจุบัน ดังนั้น เราจึงคงแนะนำ “ซื้อ”









