คปภ. เข้มสั่ง "สัญญาประกันภัย" ห้ามออกกรมธรรม์ให้กับลูกค้ารายใหม่ แต่ต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้เอาประกันภัยรายเดิมอย่างต่อเนื่อง
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า คปภ. ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. จังหวัด และสำนักงาน เขต 71 แห่งทั่วประเทศ ตรวจสอบสาขาของบริษัท สัญญาประกันภัย ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศว่าหยุดรับประกันภัยทั้งหมดหรือไม่ หลังจากที่คปภ.มีคำสั่งให้หยุดรับประกันภัยเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทฯ ออกกรมธรรม์ให้กับลูกค้ารายใหม่ ขณะเดียวกันต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้เอาประกันภัยรายเดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น การจ่ายค่าสินไหมทดแทน เป็นต้น ตามเงื่อนไขสัญญาที่ทำไว้กับลูกค้า
ทั้งนี้จะต้องแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและการดำเนินงาน ประกอบด้วยการจัดหาเงินทุน เช่น เพิ่มทุน ให้เพียงพอต่อภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัย และให้มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่บุคคลากรต้องเพียงพอกับความต้องการของประชาชน รวมถึงจัดให้มีคู่มือการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละระดับเป็นลายลักษณ์อักษร โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ม.ค. 59
นอกจากนี้ คปภ. จึงได้ออกประกาศนายทะเบียน ห้ามมิให้กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทสั่งจ่ายเงินของบริษัท หรือทำการเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท เว้นแต่ เป็นการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างแก่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทตามปกติ รวมทั้งกำหนดให้บริษัทฯ สามารถจ่ายเงินโดยความเห็นชอบของนายทะเบียนหรือ ผู้ได้รับมอบหมายจากนายทะเบียนได้เฉพาะในกรณี การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือผู้ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยโดยตรง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับค่าสินไหมทดแทนโดยชอบ การจ่ายคืนค่าเบี้ยประกันภัยแก่ผู้เอาประกันภัยรวมถึงการจ่ายค่าสาธารณูปโภค ค่าสื่อสาร ค่าภาษี และค่าธรรมเนียมค่าปรับ
“ที่ผ่านมาบริษัทได้เสนอโครงการแก้ไขฐานะเงินกองทุนของบริษัท และคปภ.เห็นชอบไปแล้ว แต่บริษัทไม่สามารถทำตามแผนที่เสนอกับคปภ.ได้ โดยเฉพาะการดำรงสินทรัพย์สำหรับเงินสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท เงินสำรองค่าสินไหมทดแทน และเงินสำรองอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ตามมาตรา 23 ขณะที่การจัดทรัพย์ไว้สำหรับหนี้สินและภาระผูกพัน ตามมาตรา 27/4 ไม่ครบถ้วน ทำให้บริษัทมีฐานะการเงินหรือการดำเนินการอยู่ในลักษณะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนได้คปภ.จึงต้องเข้ามาดูแลและให้เวลาไปทำแผนเสนอมาให้พิจารณาใหม่”








