วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 4 พฤศจิกายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลในสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้น

+ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 4 % หลังตลาดน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลในสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นราว 5 % ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นราว 4 % เนื่องจาก Colonial Pipeline company บริษัทขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปทางท่อ ต้องระงับการดำเนินงานชั่วคราว จากฝนที่ตกหนักใน Texas ทำให้ท่อลำเลียงที่ 2 ใช้งานไม่ได้ โดยระบบท่อขนส่งดังกล่าว ใช้ลำเลียงน้ำมันสำเร็จรูปจาก Houston ไปยัง Greensboro

+ นอกจากนี้ ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มลดลงในช่วงนี้ เนื่องจากพนักงานบริษัท Petroleo Brasileiro ที่ Brazil หยุดงานประท้วง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณการผลิตลดลงประมาณ 25 % ประกอบกับทางด้านผู้ผลิตน้ำมันอย่างลิเบียก็มีการปิดท่าเรือส่งออกที่ Zueitina ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน และประกาศภาวะฉุกเฉิน (force majeure) ในการขนส่งน้ำมันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งนี้ท่าเรือ Zueitina เพิ่งจะกลับมาเปิดใช้ในช่วงต้นเดือน ต.ค. หลังการปิดไปถึง 4 เดือนจากความขัดแย้งภายในประเทศ

- ขณะที่สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ รายสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 30 ต.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 479.9 ล้านบาร์เรล เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ในขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 508,000 บาร์เรล อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตารายงานปริมาณน้ามันดิบคงคลังประจาสัปดาห์ของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) ที่จะเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ว่าจะมีความสอดคล้องกับข้อมูลที่ API ระบุไว้หรือไม่

+ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) หลังหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ปรับขึ้นจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งรวมถึงน้ำมันและโลหะปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนต.ค.ของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์นี้ เพื่อจับสัญญาณภาวะเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมครั้งหน้า

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังโรงกลั่นในภูมิภาคบางส่วนเริ่มทยอยกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง อย่างไรก็ดี ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์น้ำมันดีเซลจากทางอียิปต์ และอุปทานน้ำมันดีเซลที่ลดลงจากจีน

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากราคายังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์น้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงชึ้นก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว อย่างไรก็ดี โรงกลั่นในภูมิภาคบางส่วนเริ่มทยอยกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงส่งผลกดดันตลาด ต่อปริมาณอุปทานที่จะกลับมาเพิ่มขึ้น

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- เศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัวลต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค. ยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ การกำหนดเป้าหมายอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจในอีก 5 ข้างหน้าที่ร้อยละ 6.5 สร้างความกังวลต่อนักลงทุนอย่างมากว่ารัฐบาลอาจจะไม่มีการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าเศรษฐกิจเพิ่มจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 3 และคาดว่าน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไป

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่ามากขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณว่าจะมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐ ฟื้นตัวมากขึ้น สะท้อนจากอัตราการว่างงานที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปีและเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงจากการชะลอตัวลงของจีนลดลง

- อัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานอัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ (ณ วันที่ 23 ต.ค.) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ บางส่วนได้ชะลอการผลิตและขุดเจาะน้ำมันดิบ โดยรายงานล่าสุดจำนวนแท่นโดย Baker Hughes จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ (สิ้นสุด ณ วันที่ 30 ต.ค.) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องอีก 1 แท่น เป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน สู่ระดับ 578 แท่น  

- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังคงไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังการประชุมระหว่างกลุ่มโอเปคและผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปค เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ผู้ผลิตทั้งกลุ่มโอเปคและรัสเซียยังคงปริมาณการผลิตอยู่ในระดับสูง

                                                    -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999