'ลีสซิ่งกสิกรฯ' เผยไตรมาส3ยอดปล่อยสินเชื่อโต2.8%

'ลีสซิ่งกสิกรฯ' เผยไตรมาส3ยอดปล่อยสินเชื่อโต2.8%

"ลีสซิ่งกสิกรไทย" เผย ไตรมาส 3/58 ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่โต 2.8% ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างลดลง 1.8% ชี้การปรับภาษีรถยนต์ช่วยดันยอดขายกระเตื้อง

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2558 ยังมีทิศทางที่ชะลอตัว เนื่องจากความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ของสถาบันการเงิน ปัญหาภัยแล้ง ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อโดยรวมของตลาดและแม้จะมีการทยอยเปิดตัวรถยนต์ใหม่และมีการพูดถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคารถยนต์ปีหน้า แต่สภาพตลาดในช่วงที่ผ่านมายังไม่ดีขึ้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้อาจจะหดตัวถึงร้อยละ 15 หรือประมาณ 750,000คัน ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 881,883 คัน ทั้งนี้ อาจมีปัจจัยบวกที่จะกระตุ้นตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ได้แก่ งานมอเตอร์ เอ็กซ์โปช่วงปลายปี และแรงหนุนจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตปีหน้าที่จะช่วยเร่งให้มีการตัดสินใจซื้อรถยนต์เร็วขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานของลีสซิ่งกสิกรไทยรวม 9 เดือนปี 2558 บริษัทยังคงปล่อยสินเชื่อด้วยความระมัดระวังให้สอดคล้องกับสภาพตลาดและเศรษฐกิจ โดยสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 44,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ของปีที่แล้วประมาณร้อยละ 2.82 หรือประมาณ 1,233 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์ใหม่ 22,031 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.14 และเป็นสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 22,937 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 17.71 ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างในระบบของบริษัทอยู่ที่ 86,460 ล้านบาท ลดลง 1,548 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปี 2557 หรือลดลงร้อยละ 1.76 โดยมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ร้อยละ 1.54 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2558 ของบริษัทยังคงมีกำไร 496 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 23.79

ส่วนแนวโน้มภาพรวมธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ปี 2559 คาดว่าจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2557-2558 ซึ่งหดตัวร้อยละ 3 ในปี 2557 และคาดว่าหดตัวร้อยละ 2 ในปี 2558 จากผลกระทบของโครงการรถยนต์คันแรก ทำให้แรงซื้อรถใหม่ยังต้องรอการถือครองครบ 5 ปี ประกอบกับราคารถยนต์มือสองยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขณะที่คุณภาพสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ถดถอยลง ทำให้ยอดสินเชื่อทั้งระบบมีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.5 ในปี 2557 ขยับขึ้นเป็นร้อยละ 2.6 ณ เดือน มิ.ย. 2558 แม้คาดว่าต่อจากนี้จะมีทิศทางที่ทรงตัวถึงลดลงหลังจากที่ผู้ประกอบการได้ตัดหนี้สูญออกไปจำนวนมาก แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวยในปี 2559 ทำให้การถดถอยลงของคุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไป นอกจากนี้ การก่อหนี้ครัวเรือนระดับสูงยังไม่ถูกปลดล็อกจนกว่าภาระหนี้เดิมหมด ทำให้สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังการให้สินเชื่อ ซึ่งคงมีผลให้การชะลอตัวของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์รอบนี้เป็นการหดตัวที่ยาวนาน และยังไม่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวระยะสั้น ส่งผลให้ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ปี 2559 จะมีทิศทางที่ทรงตัวหรือหดตัวลงเล็กน้อยจากในปีนี้ภายในกรอบร้อยละ 0 ถึงติดลบร้อยละ 2