วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ชาติรับเศรษฐกิจเศรษฐกิจไตรมาส3ฟื้นตัวดีขึ้น

แบงก์ชาติ รับ เศรษฐกิจไตรมาส 3 ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ ดีกว่า 2 ไตรมาสแรก แม้ว่าการท่องเที่ยวและการส่งออกยังกดดัน

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ที่กระเตื้องขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า รวมทั้งการใช้จ่ายของภาครัฐที่ทำได้ต่อเนื่อง แต่ที่ไม่สูงมากนัก เพราะได้เร่งใช้จ่ายไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่งผลให้เศรษฐกิจไตรมาส 3 โดยภาพรวมฟื้นตัวขึ้นช้า ๆ แต่ก็ดีกว่า 2 ไตรมาสแรกที่ผ่านมา แม้ว่าการท่องเที่ยว และการส่งออกยังหดตัวอยู่ก็ตาม พร้อมทั้งต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในวันที่ 4 พ.ย.นี้อีกครั้งก่อน

“ไตรมาส 3 นี้ เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ตามการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดสินค้าชีวิตประจำวันและหมวดบริการ รวมทั้งการลงทุนเอกชนที่กระเตื้องขึ้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อทดแทนเครื่องจักรเก่า และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไม่ใช่ขยายกำลังการผลิต ส่วนภาคการท่องเที่ยว ยังขยายตัวต่ำกว่าที่ผ่านมา หรือเพียง 8.7% เพราะยังได้รับผล กระทบจากเหตุการณ์ระเบิดราชประสงค์อยู่ ขณะที่การส่งออกนั้นยังติดลบตามเศรษฐกิจจีนและอาเซียน เช่นเดียวกับนำเข้าก็ติดลบ จากราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจ”

อย่างไรก็ดี ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจนั้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเงินเฟ้อทั่วไปยังคงติดลบ 1.11% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงมาอยู่ที่ 0.93% อัตราการว่างงานทรงตัว เงินบาทอ่อนค่าลง หรือในไตรมาส 3 นี้อ่อนลง 7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 แต่ยังเคลื่อนไหวในทิศทางสอดคล้องกับภูมิภาค เพราะกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูงต่อเนื่อง และเงินสำรองระหว่างประเทศต่อหนี้ระยะสั้นอยู่ในเกณฑ์มั่นคง

ด้านดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าจาก 46.4 มาอยู่ที่ 47.3 ตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในกลุ่มเคมีภัณฑ์และอาหารที่ปรับดีขึ้นตามองค์ประกอบด้านการผลิตและคำสั่งซื้อ แต่ยังคงต่ำกว่า 50 สะท้อนว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เชื่อมั่นต่อภาวะธุรกิจที่ลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะผู้ประกอบการสาขาโรงแรม ภัตตาคาร และสาขาก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ แต่ช่วง 3 เดือนข้างหน้าประเมินว่าภาวะทางธุรกิจจะดีขึ้นจากปัจจุบัน หรือค่าดัชนีที่ 50.9