ติดแนวต้าน คาด SET พักตัวระยะสั้น
SET View
- ภาวะตลาดหุ้น เราคาดว่าวันนี้ SET จะพักตัวระยะสั้น โดยมีแนวรับ 1415 จุด (ใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน) หลังจากวานนี้ รับข่าวบวกจาก 2 ธนาคารกลางทั้งยุโรปและจีน แต่ SET ไม่สามารถทะลุขึ้นผ่านแนวต้าน 1430 จุดได้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกวานนี้ ปรับตัวลดลงต่อทั้ง Brent -0.9% และ WTI -1.4% สะท้อนความกังวลต่อตลาด ก่อนที่จะมีการรายงานสต๊อคน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯในวันพรุ่งนี้
ปัจจัยเสี่ยงอีกประการ คือ การขายทำกำไรของบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Prop traders) หลังจาก วานนี้ มีการซื้อสุทธิเข้ามาเพิ่มเติมอีก 1.2 พันล้านบาท ทำให้ยอดซื้อสะสมสุทธิตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.พุ่งขึ้นไปถึง 1.46 หมื่นล้านบาท (มีสถานะซื้อสุทธิ 14 จาก 17 วันทำการ)
กลยุทธ์การลงทุน : ซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
- Top Daily Pick : IRC (มูลค่าเหมาะสม 26.40 บาท) และ SAT (มูลค่าเหมาะสม 19.50 บาท) หุ้น Top picks ของกลุ่มยานยนต์ เรามองว่า จะได้รับ Sentiment บวกจากการรายงานยอดนำเข้า-ส่งออกของกลุ่มยานยนต์ที่เติบโตได้ดี สวนทางกับภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทย (ดูหัวข้อ Strategy Talk)
- Technical Pick : FORTH BWG PIMO BCP PPP (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
- Theme Plays : หุ้นเกี่ยวข้องกับการลงทุนภาครัฐ (CK, ITD, STEC, SEAFCO, SAMTEL)/ หุ้นส่งออกที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, TU)/ เก็งกำไรผลประกอบการ 3Q58 (IRC, LPN, SIRI, PLANB, SAWAD, SAT, SYNTEC)
Strategy Talk
- ส่งออกรถยนต์เติบโตสวนทางภาพรวมส่งออกไทยที่ติดลบ
• วานนี้ กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออก เดือน ก.ย. หดตัว 5.5% YoY ดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ หดตัว 6.7% YoY และดีกว่าตลาดคาดที่ -7.5% YoY ด้านยอดนำเข้าหดตัวแรงถึง 26.2% YoY ส่งผลให้ใน 9M58 ยอดส่งออกหดตัว 5% YoY, ยอดนำเข้าลดลง 10.5% YoY และไทยเกินดุลการค้ากว่า 7.7 พันล้านเหรียญฯ เทียบกับ การขาดดุลการค้า 1.7 พันล้านเหรียญฯในช่วงเดียวกันของปีก่อน
• ยอดส่งออกที่ติดลบในเดือน ก.ย. ถูกกดดันจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าหลัก ลดลง สะท้อนจากการส่งออกสินค้าเกษตร (คิดเป็น 15% ของยอดส่งออกรวม) ลดลง 9.9% YoY และสินค้าอุตสาหกรรม (คิดเป็น 79% ของยอดส่งออกรวม) ลดลง 1.9% YoY ขณะที่มีสัญญาณบวกจากการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วน ขยายตัว 14.4% YoY หลังจากใน 2Q58 หดตัวแรงเนื่องจากคู่ค้าชะลอคำสั่งซื้อในช่วงเปลี่ยนโมเดลรถกระบะของค่ายรถรายใหญ่
• การลดลงของการนำเข้าสินค้าทุน (สัดส่วน 28% ของยอดนำเข้ารวม) กว่า 23.1% YoY สะท้อนว่า ภาคการลงทุนในประเทศ ยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ดี ยอดนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ กลับเติบโตถึง 11.3% YoY สวนทางกับยอดนำเข้ารวม
• การส่งออกและนำเข้าของสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน ที่ขยายตัว สวนทางกับภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทย ถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มยานยนต์ โดยเราประเมิน ยอดส่งออกที่เติบโตโดดเด่น ช่วยหนุนภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ ในภาวะที่การขายในประเทศ ยังคงหดตัวต่อเนื่องเพราะผลจากมาตรการรถคันแรกที่ดึงอุปสงค์ล่วงหน้าไปตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน (ยอดผลิตรถยนต์เดือน ก.ย. +8% MoM, +4% YoY) และมองว่า ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว คาดกำไรก่อนรายการพิเศษของกลุ่มฯ จะเติบโตแบบเร่งตัวในปีหน้า ราว 11% YoY เทียบกับปีนี้ที่คาดโต 7% YoY
• Top pick ของกลุ่มยานยนต์ คือ IRC (ซื้อ, มูลค่าเหมาะสม 26.40 บาท) คาดกำไรสุทธิปีนี้เติบโตโดดเด่นถึง 39% YoY จากประสิทธิภาพการทำกำไรที่ดีขึ้นเพราะต้นทุนราคายาง ลดลงราว 16% YoY, P/E ratio ต่ำเพียง 8.8 เท่า และ SAT (ซื้อ, มูลค่าเหมาะสม 19.50 บาท) ซื้อขายที่ P/E ratio ต่ำเพียง 9 เท่า, คาดผลประกอบการ 2H58 ฟื้นตัวอย่างมีนัย (เบื้องต้นคาดโต 67% เทียบกับ 1H58) หลังจากใน 2Q58 ได้รับผลกระทบเชิงลบจากเปลี่ยนโมเดลของรถกระบะทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ, ปัจจัยเร่งเสริม คือ การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ในปีหน้า (ราคาขายรถยนต์โดยส่วนใหญ่จะแพงขึ้น) กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถได้เร็วขึ้นภายในปีนี้








