วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GFPT - ซื้อ

ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากผลประกอบการปี 2559 ที่ฟื้นตัว

ประเด็นการลงทุน

เราปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับหุ้น GFPT จาก ถือ ไปเป็น ซื้อ เนื่องจากแนวโน้มของการฟื้นตัวของผลประกอบการในปี 2559 (ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาไก่ในประเทศและการพลิกฟื้นของปริมาณยอดส่งออก) หลังจากผลประกอบการซึ่งคาดว่าจะผ่านจุดต่ำสุดในปี 2558 ภาพรวมของอุปทานไก่ของทั้งอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะตึงตัวมากขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณของปู่ย่าและพ่อแม่พันธุ์ไก่ที่ขาดแคลนในปี 2559 อีกทั้งอุปสงค์การบริโภคเนื้อไก่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในปี 2559 เราทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 15% (ไปเป็น 1.18 พันล้านบาท) เพื่อสะท้อนราคาไก่ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น (มาอยู่ที่ 42 บาทต่อกก.) และผลจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 และการเปลี่ยนไปใช้ราคาเป้าหมายเป็นปลายปี 2559 แทน เราจึงได้ราคาเป้าหมายใหม่ของ GFPT เท่ากับ 13.25 บาท ราคาหุ้น GFPT เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาไก่ในประเทศ ราคาหุ้นของ GFPT เคยซื้อขายที่อัตราส่วน PER ที่ 14 เท่า 18 เท่า และ 22 เท่าในช่วงปี 2557 ตอนที่ราคาไก่ในประเทศแตะ 42 บาทต่อกก. 44 บาทต่อกก. และ 46 บาทต่อกก. ตามลำดับ และถ้าหากอ้างอิงกับอัตราส่วน PER ที่ 14 เท่า (ภายใต้สมมติฐานของราคาไก่เฉลี่ยในปี 2559 ที่ 42 บาทต่อกก.) เราประเมินว่าราคาเป้าหมายของ GFPT ณ สิ้นปี 2559 ควรจะอยู่ที่ 13 บาท

ความคาดหวังสำหรับปริมาณยอดส่งออกที่ลดลงสำหรับไตรมาส 3/58

เราประมาณการว่าปริมาณยอดส่งออกของ GFPT ในไตรมาส 3/58 ที่ 5,300 ตัน ลดลง 24% YoY และทรงตัว QoQ เทียบกับสมมติฐานก่อนหน้าของเราที่คาดไว้ที่ 6,000 ตันสำหรับในไตรมาส 3/58 เราประเมินว่าไม่มีผลกระทบจากไฮซีซั่นแต่อย่างใดสำหรับไตรมาส 3/58 เนื่องจากค่าเงินเรียลของบราซิลที่อ่อนค่าลงอย่างมากถ้าเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ รวมถึงเศรษฐกิจของอียูและญี่ปุ่นที่ยังคงอยู่ในภาวะซบเซาต่อเนื่อง ปริมาณยอดส่งออกไปยังอียูในไตรมาส 3/58 คาดว่าจะลดลงเล็กน้อย YoY แต่ปรับตัวดีขึ้น QoQ ในขณะที่ปริมาณยอดส่งออกไปยังญี่ปุ่นในไตรมาส 3/58 มีแนวโน้มลดลงทั้ง YoY และ QoQ การอ่อนค่าลงอย่างมากของเงินเรียลของบราซิลเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ (อ่อนค่าลงไป 30% ถ้าเทียบกับเงินยูโรและเงินเยนและอ่อนค่าลงไป 16% ถ้าเทียบกับเงินบาทในเดือนก.ย.) ส่งผลให้ราคาไก่ส่งออกจากบราซิลถูกกว่าราคาไก่ส่งออกประเทศอื่นโดยเฉพาะจากประเทศไทยในแง่ของประเทศผู้นำเข้าซึ่งได้แก่ อียูและญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าลูกค้าอียูจะพยายามขอต่อรองลดราคาไก่สดแช่แข็ง แต่เรายังคงคาดว่าราคาส่งออกเฉลี่ยในไตรมาส 3/58 น่าจะ ยังทรงตัวอยู่ได้ที่ 4,200 เหรียญต่อตันเนื่องจากการหันไปเน้นขายไก่ปรุงสุกเพิ่มขึ้นแทน


ส่องกล้องไตรมาส 3/58—ผลประกอบการแย่ลง

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 290 ล้านบาท ลดลง 43% YoY แต่เพิ่มขึ้น 45% QoQ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่เราเคยคาดก่อนหน้าที่ 320 ล้านบาทเนื่องจากปริมาณยอดส่งออกของ GFPT ที่ต่ำกว่าที่คาดก่อนหน้า ผลกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมาก YoY เนื่องมาจากปริมาณยอดส่งออกที่ลดลง ขาดทุนจากการขายชิ้นส่วนในประเทศ และกำไรสุทธิที่ลดลงของจีเอฟเอ็น (เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่ลดลงและขาดทุนจากการชิ้นส่วนไก่ในประเทศ) เราคาดกำไรสุทธิของจีเอฟเอ็นในไตรมาส 3/58 ที่ 5 ล้านบาท (พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/58 ที่ 26 ล้านบาท และลดลง 97% YoY) เราคาดกำไรสุทธิของแม็คคีย์ในไตรมาส 3/58 ที่ 45 ล้านบาท ลดลง 27% YoY และทรงตัว QoQ เราคาดรายได้รวมไตรมาส 3/58 ที่ 4.2 พันล้านบาท ลดลง 13% YoY แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ เราประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.8% ในไตรมาส 3/58 ลดลงถ้าเทียบกับ 13.4% ในไตรมาส 3/57 แต่เพิ่มขึ้นจาก 10.5% ในไตรมาส 2/58

คาดผลประกอบการปี 2559 ฟื้นตัวจากราคาไก่ในประเทศที่ฟื้นตัว

เนื่องจากอุปทานไก่มีแนวโน้มที่จะตึงตัวมากขึ้นในปี 2559 ในขณะที่อุปสงค์การบริโภคเนื้อสัตว์ในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเช่นกันในปี 2559 เราจึงคาดว่าราคาไก่ในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 34-36 บาทต่อกก. ณ ปัจจุบัน (หลังจากเทศกาลกินเจจบลงในเดือนต.ค.) ไปเป็น 42 บาทต่อกก.ในปี 2559 นอกจากนี้เรายังคาดว่าปริมาณยอดส่งออกมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เนื่องจากความผันผวนของค่าเงินทั่วโลกที่ลดลง และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ภาวะการบริโภคเนื้อสัตว์โดยรวมกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นด้วยเช่นกัน เราเชื่อว่าผลประกอบการของ GFPT น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2558 ก่อนที่จะพลิกฟื้นกลับมาปรับตัวขึ้นแรงในปี 2559