“เงินบาททยอยอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนี SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบก่อนการประชุมเฟด”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาททยอยอ่อนค่า ท่ามกลางสัญญาณที่สะท้อนว่า นักลงทุนต่างชาติกลับมามีสถานะขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย ประกอบกับความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีนที่ยังคงชะลอตัว ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นแรงเทขายในสกุลเงินเอเชีย นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมในช่วงปลายสัปดาห์ จากแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ค้าทองคำ ภายหลังจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลง
- สำหรับในวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 35.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (16 ต.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (26-30 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.50-35.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากผลการประชุม FOMC (27-28 ต.ค.) และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาณซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ย. ดัชนีราคาบ้านเดือนส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI ภาคบริการ (เบื้องต้น) เดือนต.ค. และจีดีพีไตรมาส 3/58 (Advance est.) นอกจากนี้ ตลาดอาจติดตามผลการประชุม BOJ การประชุมคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ซึ่งจะจัดทำแผนพัฒน์ฯ ฉบับที่ 13) ตลอดจนข้อมูลการค้าระหว่างประเทศและเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในเดือนก.ย. ด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบก่อนการประชุมเฟด โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,416.14 จุด ลดลง 0.16% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 31.00% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 31,004.24 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 609.38 จุด เพิ่มขึ้น 1.76% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบตลอดสัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน รวมทั้ง รอติดตามผลการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า อนึ่ง ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรายงานผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารที่อ่อนแอลงกว่าไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (26-30 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,425 และ 1,442 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,403 และ 1,385 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ผลการประชุม FOMC รวมทั้ง ข้อมูลภาคการส่งออกและข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนของไทย ส่วนเครื่องชี้ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และจีดีพีไตรมาส 3/58 (Advance est.) นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นด้วย









